WikiLeaks Details Mac OS X Hacking Tools Used by CIA

มาอีกเป็นโขยง ข้อมูลหลุดโครงการ UCL/Raytheon, Imperial ของ CIA ถูกปล่อยบน WikiLeaks แล้ว

วิกิลีคส์ได้มีการเผยแพร่โครงการพัฒนาทางไซเบอร์ของ CIA ในโปรเจค Vault 7 อีกครั้ง โดยในครั้งนี้มีโครงการใหญ่ทั้งหมด 2 โครงการได้แก่โครงการ UCL/RayTheon และ Imperial ซึ่งทั้งสองเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์และพัฒนามัลแวร์เช่นเดียวกัน

สำหรับโครงการแรกหรือ UCL/RayTheon อ้างอิงจากวิกิลีคส์ เป็นเอกสารจากผู้รับเหมาของ CIA ชื่อ Raytheon Blackbird Technologies โดย UCL นั้นมีชื่อเต็มว่าโครงการ UMBRAGE Component Library โครงการ UCL/RayTheon เป็นโครงการที่ RayTheon ทำการวิจัยและเสนอแนวความคิดในการพัฒนามัลแวร์รวมไปถึงการโจมตีกับทาง CIA โดยที่มาทั้งจากการวิเคราะห์มัลแวร์ที่มีการแพร่กระจายอยู่แล้วและการทำทดลองลับเอง เพื่อเพิ่มศักยภาพของโครงการพัฒนามัลแวร์ของ CIA

สำหรับโครงการที่สองหรือ Imperial นั้น เป็นโครงการที่ประกอบไปด้วยมัลแวร์ 3 ประเภทที่พร้อมใช้งานด้วยกัน แยกเป็น

- มัลแวร์ Achilles เป็นมัลแวร์ที่พุ่งเป้าไปที่การฝังตัวเป็นโทรจันในตัวติดตั้งโปรแกรมของ MacOS (ไฟล์ .dmg)
- มัลแวร์ Aeris เป็นมัลแวร์ที่ทำงานบน Debian, RHEL, Solaris, FreeBSD และ CentOS โดยมีฟังก์ชันหลากหลาย อาทิ ขโมยหรือดักฟังข้อมูลบนระบบที่มีการติดตั้ง
- มัลแวร์ SeaPea เป็นมัลแวร์ในลักษณะ Rootkit บน MacOS โดยเน้นไปที่การฝังตัวในระยะยาว สามารถรันได้บน Mac OS X รุ่น 10.6 และ 10.7

หากใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติมของมัลแวร์รวมไปถึงการทำงานในเชิงลึกสามารถดาวโหลดไฟล์ได้จากแหล่งที่มา

ที่มา : securityweek

WikiLeaks Exposes CIA Targeting Linux Users With OutlawCountry Network Traffic Re-Routing Tool

หลุดมาอีกตัว โปรเจค OutlawCountry แอบเปลี่ยนเส้นทางเน็ตเวิร์กเราต์ติ้งโดย CIA

วิกิลีคส์มีการเปิดเผยข้อมูลของโปรเจค OutlawCountry ใน Vault 7 ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีการอ้างว่ารั่วไหลามาจาก CIA เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยโปรเจคดังกล่าวมีเป้าหมายในการแอบเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าเราต์ติ้งของเน็ตเวิร์กให้มาที่เครื่องที่ต้องการได้

โปรเจค OutlawCountry พุ่งเป้าไปที่ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ เช่น CentOS/RHEL 6.x การโจมตีโดยใช้โปรเจค OutlawCountry จะเป็นการเพิ่มโมดูลของเคอร์เนลเข้าไป โมดูลดังกล่าวจะทำการใช้งานเครื่องมือ packet filtering อาทิ netfilter และ/หรือ iptables ในการควบคุมทราฟิก การตรวจจับการมีอยู่อาจเป็นไปได้ยากถ้าไม่รู้รายละเอียดของการตั้งค่าดังกล่าว เช่น ชื่อของ iptables และ netfilter table
แนะนำให้ผู้ใช้งานตรวจสอบการตั้งค่าของ iptables ปัจจุบันว่ามีการตั้งค่าที่แปลกปลอมหรือไม่ หากพบเจอแนะนำให้รีบแก้ไขโดยด่วน

ที่มา: hothardware