SYNful Knock: Backdoor Malware Found in Cisco Routers

FireEye รายงานถึงรอม SYNful Knock เป็นรอมที่ถูกดัดแปลงและติดตั้งเข้ากับเราท์เตอร์ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ยูเครน, ฟิลิปปินส์, เม็กซิโก, และอินเดีย เราท์เตอร์เหล่านี้ถูกติดตั้งในหลายที่รวมถึงหน่วยงานรัฐบาล ตัวรอมจะเปิดช่องโหว่เพื่อรอรับคำสั่งจากเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเราท์เตอร์ที่พบ SYNful Knock แล้วมี 3 รุ่น ได้แก่ Cisco 1841, Cisco 2811, และ Cisco 3825
รอม SYNful Knock ถูกออกแบบให้เป็นโมดูลที่มีความสามารถแยกกันไป รอมแต่ละชุดสามารถติดตั้งโมดูลเพิ่มเติมได้ถึง 100 ชุด รับคำสั่งจาก TCP SYN ทางพอร์ต 80 ที่ถูกต้องตามเงื่อนไข แพ็กเก็ตนี้สามารถเรียกให้มัลแวร์ในรอมทำงานได้เสมอแม้ตัวเราท์เตอร์จะตั้ง filter ไว้ก็ตาม เมื่อรอมได้รับคำสั่งจากเซิร์ฟเวอร์ เซิร์ฟเวอร์จะสามารถเชื่อมต่อเข้ามาติดตั้งโมดูลเพิ่มเติมได้

ทางซิสโก้ยืนยันการโจมตี และระบุว่าได้ออกประกาศแจ้งเตือนลูกค้าไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยการโจมตีนี้ไม่ใช่ช่องโหว่ของสินค้าแต่เป็นการดัดแปลงที่ต้องการสิทธิ์ผู้ดูแลระบบหรือเข้าถึงตัวเครื่องเพื่อดัดแปลงเราท์เตอร์โดยตรง ซึ่งยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าใครเป็นคนสร้างเฟิร์มแวร์นี้ แต่ซีอีโอของ FireEye ระบุว่า คนที่มีทรัพยากรระดับนี้ได้ต้องเป็นระดับรัฐ

ที่มา : thehackernews

SharePoint 2013 XSS Vulnerability Discovered

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก FortiGuard Labs พบช่องโหว่ Cross-site Scripting บน Microsoft SharePoint 2013 (CVE-2015-2522)

SharePoint เป็นโปรแกรมหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของบริษัทไมโครซอฟท์ สำหรับการใช้งานเอกสารร่วมกันและจัดการเอกสารผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยช่องโหว่ดังกล่าวเกิดจากการที่ SharePoint อนุญาตให้ผู้ไม่ประสงค์ดีใส่โค้ดอันตรายเข้ามาที่ออฟชั่น Note ได้ อาจจะส่งผลให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น cookie ของผู้ใช้คนอื่นๆ, redirect ให้ผู้ใช้เปิดเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย รวมไปถึงทำให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดโทรจันหรือมัลแวร์อื่นๆ ลงมาบนเครื่องได้

ทางไมโครซอฟต์ได้ทราบถึงช่องโหว่ XSS และออกแพทช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่นี้แล้ว โดยให้ผู้ใช้ SharePoint 2013 เวอร์ชั่นก่อน 15.0.4571.1502 ควรอัพเดทโดยเร็วที่สุด

ที่มา : FORTINET

Improving Security for Bugzilla

Mozilla ผู้ดูแลเบราว์เซอร์ Firefox รายงานว่าเมื่อเดือนที่แล้ว เว็บ Bugzilla เว็บไซต์สำหรับติดตามบั๊กของโครงการถูกขโมยเอาข้อมูลออกไป ด้วยการแฮกบัญชีผู้ใช้เข้ามาอ่านข้อมูล ทำให้แฮกเกอร์เห็นช่องโหว่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาแพตช์ และนำช่องโหว่นั้นออกไปโจมตีผู้ใช้งาน Firefox บัญชีที่ถูกแฮกไปตอนนี้ถูกระงับไปแล้ว ข้อมูลช่องโหว่ที่หลุดออกไปและมีการโจมตีทำให้ทาง Mozilla ต้องออกรุ่นพิเศษเพื่ออุดช่องโหว่เร่งด่วนเมื่อเดือนที่แล้ว แต่คาดว่าแฮกเกอร์ไม่ได้ข้อมูลอื่นๆ ไปอีก

เบื้องต้นนักพัฒนาที่สามารถเข้าถึงช่องโหว่ที่กำลังแก้ไขได้จะต้องเปลี่ยนรหัสผ่าน และเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน และนโยบายใหม่จะจำกัดนักพัฒนาที่เข้าถึงช่องโหว่เหล่านี้ให้น้อยลง พร้อมๆ กับการแก้ไขปัญหา ทาง Mozilla ก็ประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา : mozilla

พบมัลแวร์ KeyRaider และ ransomware ระบาดบน iOS ที่เจลเบรค

บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัย Palo Alto Networks ได้ออกประกาศเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการตรวจพบมัลแวร์ที่ชื่อ "KeyRider" แพร่ระบาดบนแพลตฟอร์มของ iOS โดยผู้ใช้งานที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ คือคนที่ทำการเจลเบรคอุปกรณ์สาย iOS ซึ่งมัลแวร์ตัวนี้อาจจะมีต้นทางมาจากจีน โดยทำการดักเอา Apple ID ของผู้ใช้งาน แล้วส่งกลับไปยังแฮกเกอร์ หลังจากนั้นแฮกเกอร์จะนำเอา Apple ID ไปใช้งานและมีความเป็นไปได้ที่จะแฮกเอาทั้งรหัสประจำตัวของโทรศัพท์และใบรับรองความปลอดภัยไปเพื่อเข้าถึงบริการของ Apple Pay ด้วย ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 2 แสนราย

นอกจากนั้นแล้ว ทางบริษัทยังมีการรายงานเพิ่มเติมว่ามีการตรวจพบ ransomware เพื่อบังคับให้ผู้ใช้จ่ายเงินแลกกับการได้กลับมาควบคุมโทรศัพท์เหมือนเดิมด้วย โดยคำแนะนำที่ดีที่สุดในการป้องกันจากการแพร่ระบาดของมัลแวร์และ ransomware คือการไม่เจลเบรคเครื่อง ส่วนคนที่ได้รับผลกระทบนอกจากเปลี่ยนรหัสผ่าน Apple ID และเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (two-factor authentication) แล้ว ยังต้องหมั่นตรวจสอบความผิดปกติในรายการซื้อสินค้าต่างๆ ผ่าน Apple ID ด้วย

ที่มา : blognone

แฮกเกอร์ตูนีเซียโจมตีเว็บไซต์ไทย

เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา เว็บไซต์ ลำพูน (http://www.lamphun.go.th) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของจังหวัดลำพูน ถูกเเฮกโดยกลุ่มมุสลิมเเฮกเกอร์ ที่ใช้ชื่อว่า “Fallag Gassrini” จากตูนิเซีย โดยเปลี่ยนหน้าเพจแรกของเว็บไซต์ เป็นโพสรูปชาวโรฮิงญาทีถุกกระทำโดยรัฐบาลพม่า ภาพชาวโรฮิงญาที่พยายามจะหนีมาทางเรือ เเละเด็กชาวมุสลิมที่โดนระเบิดเสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมระบุข้อความไว้ด้วยว่า “เพจคุณถูกเเฮกหน่วยรบ Cyber Fallag Gassrini เเละ DR Lamochi จากตูนิเซีย ให้เกียรติคนของเรา ไม่งั้นจะเจอการต่อต้านจากเรา พวกเราคือ Fallaga พวกเราคือชาวมุสลิม พวกเรารักสันติ”
นอกจากนี้ ยังวางลิงค์เชื่อมต่อไปยังเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของกลุ่มแฮกเกอร์ โดยเฟซบุ๊กนั้นถูกบล็อกแต่ทวิตเตอร์สามารถเข้าไปได้ แต่ข้อความส่วนใหญ่เป็นภาษาอาหรับ
ทั้งนี้แฮกเกอร์กลุ่มดังกล่าว ตามประวัติเคยเเฮกเพจของฝรั่งเศสมาเเล้ว หลังจากเหตุการณ์ก่อการร้าย ที่มีการกราดยิงในสำนักพิมพ์ ชาร์ลี แอบโด ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา
นอกจากเว็บไซต์จังหวัดลำพูน แล้ว ยังมีเว็บไซต์อื่น ๆ ถูกแฮกเกอร์กลุ่มนี้เขาโจมตี ดังนี้

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (http://www.

MediaServer Takes Another Hit with Latest Android Vulnerability

บั๊ก StageFright ของ Android ที่โด่งดังเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกเพราะส่งผลกระทบต่อฮาร์ดแวร์ Android เป็นจำนวนมาก
ล่าสุด Trend Micro ค้นพบช่องโหว่ใหม่ในโค้ดของ MediaServer ตัวเดียวกับที่เกิดปัญหา StageFright โดย Android ที่ได้รับผลกระทบมีตั้งแต่เวอร์ชัน 2.3-5.1.1
รายละเอียดของช่องโหว่เกิดจากคอมโพเนนต์ชื่อ “AudioEffect” ใน MediaServer รับค่าจากแอพแล้วไม่ตรวจสอบตัวแปรอีกรอบ ดังนั้นผู้ประสงค์ร้ายที่หลอกให้ผู้ใช้ติดตั้งแอพได้สำเร็จ สามารถเจาะผ่านช่องทางนี้ได้ ทีมงาน Trend Micro ลองสร้างมัลแวร์ต้นแบบ (proof of concept) และสามารถแครช MediaServer ได้
Trend Micro แจ้งปัญหานี้ให้กูเกิลตั้งแต่เดือน มิ.ย. และกูเกิลออกแพตช์แก้ไขในโค้ดของ AOSP เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ที่เหลือก็รอบรรดาผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อัพเดตแพตช์ให้ต่อไป

ที่มา : TRENDMICRO

Firefox exploit found in the wild

Mozilla ออกประกาศเตือนช่องโหว่ระดับ critical ค้นพบใหม่ใน Firefox เกี่ยวกับตัวอ่าน PDF ที่มาพร้อมกับเบราว์เซอร์ ช่องโหว่นี้เปิดให้ผู้ประสงค์ร้ายเข้ามาขโมยข้อมูลในเครื่องของผู้ใช้ได้

สิ่งที่น่ากลัว คือ พบการโจมตีผ่านช่องโหว่นี้ในรัสเซียแล้ว โดยแฮกเกอร์ใช้วิธียิงโฆษณาบนเว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่ง เพื่อขโมยข้อมูลของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ข่าวแห่งนี้ด้วย Firefox ตัวอย่างข้อมูลที่ถูกขโมยคือไฟล์คอนฟิกต่างๆ ที่อาจมีรหัสผ่านเก็บอยู่ เช่น /etc/passwd, .ssh, .mysql_history รวมถึงไฟล์คอนฟิกของ Filezilla หรือ subversion

Mozilla ออกแพตช์แก้มาเป็น Firefox 39.0.3 และ Firefox ESR 38.1.1 ให้อัพเดตแล้ว

ที่มา : mozilla

Design flaw in Intel processors opens door to rootkits

รายงานช่องโหว่ของซีพียูอินเทลตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมาทำให้แฮกเกอร์สามารถสร้าง rootkit ฝังตัวไว้ในเครื่องของเหยื่อที่ระดับต่ำกว่าระบบปฏิบัติการ โดยนักวิจัย Christopher Domas นำเสนอช่องโหว่นี้ในงาน Black Hat

ระดับความปลอดภัย System Management Mode (SMM) ซึ่งเป็นระดับลึกที่สุดของซีพียู ลึกกว่าชั้น hypervisor ที่มีไว้สำหรับสร้างเครื่องจำลอง

เมื่อมัลแวร์สามารถเข้าไปรันที่ระดับความปลอดภัยนี้ได้ ระบบปฏิบัติการจะไม่รู้ตัวว่ามีซอฟต์แวร์รันอยู่บนซีพียูเดียวกัน ที่ระดับความปลอดภัยนี้แฮกเกอร์สามารถเขียนไบออสและ UEFI ใหม่ ทำให้เครื่องบูตไม่ขึ้นหรืออาจจะทำให้ติดมัลแวร์ทุกครั้งหลังล้างเครื่องใหม่

นักวิจัยระบุว่า อินเทลน่าจะรู้ช่องโหว่นี้ก่อนแล้วเพราะซีพียูรุ่นใหม่ๆ แก้ไขช่องโหว่นี้แล้ว และมีเฟิร์มแวร์ส่งไปให้กับผู้ผลิตเมนบอร์ด แต่ก็ไม่ใช่ทุกรุ่นที่จะแพตช์ได้ อย่างไรก็ดีแฮกเกอร์จะเข้าถึงช่องโหว่นี้ได้จะต้องเจาะระบบปฏิบัติการได้เสียก่อน

ที่มา : PCWorld

Hackers Exploit ‘Flash’ Vulnerability in Yahoo Ads

บริษัทความปลอดภัย Malwarebytes รายงานว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (นับตั้งแต่ 28 ก.ค.) มีแฮกเกอร์ใช้เครือข่ายโฆษณาของ Yahoo เผยแพร่มัลแวร์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการไอที
Malwarebytes ตรวจสอบพบว่าแฮกเกอร์รายนี้เช่าเซิร์ฟเวอร์ Azure บวกกับเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง แล้วลงโฆษณาผ่านระบบของ Yahoo ให้อยู่ในรูปไฟล์ Flash โดยฝังโค้ดประสงค์ร้ายไว้ในโฆษณา ถ้าหากผู้ใช้ที่โชคร้ายเปิดมาพบโฆษณาชุดนี้ และ Flash Player ในเครื่องไม่ได้อัพเดตเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด ก็จะโดนเจาะผ่านช่องโหว่ของ Flash ทันที
ความร้ายแรงของการแพร่มัลแวร์รอบนี้อาศัยช่องโหว่ที่ผู้ใช้จำนวนมากไม่ยอมอัพเดต Flash บวกกับเครือข่ายโฆษณาของ Yahoo ที่เข้าถึงเว็บใหญ่ๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้มีคนที่ได้รับผลกระทบในวงกว้าง
โฆษณาที่ว่านี้แสดงเป็นเวลานานประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากที่ Malwarebytes พบเข้าจึงแจ้งไปยัง Yahoo และบริษัทก็สั่งปิดโฆษณาทันที

ที่มา : The New York Times

CERTIFI-GATE: Front Door Access to Pwning Millions of Android Devices

รายงานช่องโหว่ Ceriti-Gate ที่เป็นช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ซัพพอร์ตลูกค้าจากระยะไกล (mobile remote support tools - mRSTs) ที่สามารถเข้าควบคุมเครื่องได้แทบทุกรูปแบบ ทั้งการสั่งติดตั้งแอพพลิเคชั่น, จับภาพหน้าจอ, ควบคุมอินพุต ซึ่งแอพพลิเคชั่นเหล่านี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือแอพหลักและปลั๊กอิน โดยแอพหลักจะใช้สิทธิ์ไม่ต่างจากแอพทั่วๆ ไป แต่ส่วนปลั๊กอินจะมีสิทธิระดับลึกกว่า ซึ่งจะได้รับการรับรองจากผู้ผลิตโดยตรงทำให้เข้าถึงฟังก์ชั่นที่ปกตินักพัฒนาทั่วไปเข้าถึงไม่ได้ เมื่อผู้ใช้ติดตั้งแอพหลัก ตัวปลั๊กอินมักตรวจสอบแอพหลักว่ามาจากผู้ผลิตที่ถูกต้องหรือไม่ ทีมวิจัยพบว่าปลั๊กอินหลายตัวมีกระบวนการตรวจสอบผู้ผลิตที่หละหลวม ทำให้แฮกเกอร์สามารถปลอมตัวเพื่อหลอกปลั๊กอินได้โดยง่าย

ทีมวิจัยรายงานถึงผู้ผลิต 3 รายที่มีช่องโหว่ในกระบวนการตรวจสอบแอพหลัก ได้แก่ TeamViewer, RSupport และ CommuniTake

TeamViewer อาศัยหมายเลขซีเรียลของใบรับรอง ทำให้แฮกเกอร์สามารถสร้างแอพปลอมที่ใช้ใบรับรองที่สร้างขึ้นเองและมีหมายเลขซีเรียลตรงกัน
RSupport อาศัยค่าแฮชของใบรับรอง แต่ฟังก์ชั่นแฮชกลับอ่อนแอ ขนาดค่าแฮชมีขนาดเพียง 32 บิต
CommuniTake คอนฟิกเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เชื่อมต่อผ่านทาง SMS ทำให้ผู้ผลิตสามารถส่ง SMS มาบอกให้แอพเชื่อมต่อกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยล็อกว่าโดเมนระดับบนสุดต้องเป็นโดเมนของ CommuniTake เอง แต่ตัวอ่าน URL มีบั๊กทำให้แฮกเกอร์สามารถส่ง SMS หลอกเพื่อให้ตัวแอพเชื่อมต่อไปยังเครื่องใดๆ ก็ได้

โทรศัพท์ยี่ห้อหลักๆ หลายรุ่นติดตั้งแอพพลิเคชั่นเหล่านี้มาจากโรงงานทำให้จำนวนอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบมีสูงถึงหลายล้านเครื่อง

ที่มา : blognone