Android malware ใหม่ถูกค้นพบในแอพพลิเคชั่นหลายตัวบน Google Play โดยจะทำการสร้าง socket ด้วย SOCKS proxy บนอุปกรณ์ที่ถูกบุกรุก
Symantec ได้รายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่ามีการตรวจพบ Android.
Android malware ใหม่ถูกค้นพบในแอพพลิเคชั่นหลายตัวบน Google Play โดยจะทำการสร้าง socket ด้วย SOCKS proxy บนอุปกรณ์ที่ถูกบุกรุก
Symantec ได้รายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่ามีการตรวจพบ Android.
แจ้งเตือนมัลแวร์เรียกค่าไถ่ชนิดใหม่ "Magniber"
นักวิจัยด้านความปลอดภัย Michael Gillespie ได้ประกาศการค้นพบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ชนิดใหม่ภายใต้ชื่อ Magniber ซึ่งใช้ช่องทางการแพร่กระจายผ่านทางการโจมตีแบบ drive-by download หรือทาง exploit kit โดยลักษณะของ Magniber นั้นมีความคล้ายคลึงกับมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Cerber ซึ่งแพร่กระจายมานานแล้วเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะไฟล์ที่เข้ารหัสและระบบการจ่ายเงินค่าไถ่
นักวิจัยด้านปลอดภัยคนอื่นๆ ได้มีการตรวจพบ Magniber ในเวลาไร่เรี่ยกัน โดย Magniber เมื่อเริ่มต้นทำงานบนระบบแล้วจะมีการตรวจสอบว่าภาษาของระบบนั้นถูกตั้งค่าให้เป็นภาษาเกาหลีหรือไม่ หากว่าระบบมีการใช้งานภาษาเกาหลีเป็นภาษาหลักก็จะเริ่มทำการเข้ารหัสทันที แต่หากระบบมีการใช้งานเป็นภาษาอื่นก็จะไม่ได้ดำเนินการเข้ารหัส ดังนั้นการแพร่กระจายของ Magniber จึงตรวจพบในเกาหลีใต้เป็นจำนวนมาก
ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถป้องกันผลกระทบจาก Magniber ได้โดยการอัพเดป OS และซอฟต์แวร์ที่ใช้งานให้เป็นเวอร์ชันใหม่อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลั๊กอินของเบราว์เซอร์อย่าง Java runtime และ Adobe Flash Player
ที่มา : BLEEPINGCOMPUTER
นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบเว็บไซต์ของ Equifax และ TransUnion มีการ redirect ไปยังเว็บไซต์เพื่อดาวน์โหลด adware และ malware มาติดตั้งบนเครื่อง โดยผู้ที่พบได้ทำการอัพโหลดไฟล์วิดีโอ แสดงตัวอย่างการเข้าถึงเว็บไซต์ Equifax.
KeePass ได้แนะนำให้ผู้ใช้งาน Update โปรแกรมให้เป็น KeePass 2.37 ที่มีความเสถียร และเพิ่มเติมคุณลักษณะใหม่ ๆ โดยมีสิ่งที่เพิ่มเติม และปรับปรุงให้ดีขึ้น เช่น
- เมื่อสร้าง Database ใหม่แล้ว KeePass จะทำการสร้าง Emergency Sheet ขึ้นมาให้ และทำการเก็บไว้ในตำแหน่งที่ปลอดภัย และจำกัดให้บาง User สามารถเข้าถึงได้เท่านั้น รวมทั้งจะมี Dialog สำหรับแจ้งข้อมูลของ Database เพิ่มเติมขึ้นมาให้
- เพิ่มฟังก์ชันเพื่อค้นหากลุ่มของรหัสผ่านที่คล้ายกัน
- ปรับปรุงสคริปต์ PrepMonoDev.
พบ Ransomware สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า “Bad Rabbit” ระบาดในประเทศรัสเซีย และยูเครน โดยมีพฤติกรรมการเข้ารหัสคล้ายคลึงกับ Not-Petya คือทาการเข้ารหัส Harddisk ทาให้ไม่สามารถเปิดเครื่องได้ และเชื่อว่ามีพฤติกรรมการแพร่กระจายผ่านการใช้งาน SMB
วิธีการติดพบว่ามาจากการเข้าไปยังเว็ปไซต์ที่มีการวาง javascript เอาไว้ ซึ่งขณะนี้พบเพียงว่าเว็ปไซต์ดังกล่าวอยู่ในประเทศรัสเซีย, บัลแกเรีย และตุรกี จากนั้นจะมี Pop-up แจ้งเตือนเพื่อหลอกให้ทาการอัพเดท Flash Player
เมื่อกดปุ่ม Install ระบบจะทาการดาวน์โหลด Ransomware ที่มีชื่อไฟล์ว่า “install_flash_player.
แฮกเกอร์มักจะทำการโจมตีช่องโหว่ของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อเข้าเครื่อง ATM และทำให้เครื่องจ่ายเงินสดออกมา แต่ตอนนี้ใครๆ ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น เพียงแค่หาซื้อมัลแวร์จากตลาดใต้ดินก็สามารถขโมยเงินสดนับล้านจากตู้ ATM ได้
นักวิจัยจาก Kaspersky Lab เปิดเผยหลังจากพบโพสต์ฟอรัมในการโฆษณาขายมัลแวร์ชื่อว่า Cutlet Maker จากเว็บไซต์ใต้ดินในราคาประมาณ 5,000 ดอลลาร์ โพสต์ฟอรัมได้ให้คำอธิบายสั้น ๆ พร้อมรายละเอียดของชุดเครื่องมือของมัลแวร์ตัวนี้ ที่ออกแบบมาเพื่อโจมตีเป้าหมายซึ่งเป็นเครื่อง ATM รุ่นต่างๆ โดยการใช้ประโยชน์จาก API เฉพาะของ vendor จึงไม่จำเป็นต้องอาศัยผู้ใช้งาน และข้อมูลของผู้ใช้งาน ATM แต่อย่างไร จึงไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้าของธนาคารโดยตรง
ชุดเครื่องมือนี้ประกอบด้วย
- Cutlet Maker มัลแวร์ ATM เป็นองค์ประกอบหลักของชุดเครื่องมือ
- Stimulator แอพพลิเคชันที่รวบรวมสถานะเงินสดของตู้ ATM เป้าหมาย
- c0decalc แอพพลิเคชั่นในรูปแบบ terminal สำหรับสร้างรหัสผ่านให้มัลแวร์
นักวิจัยกล่าวว่าจำเป็นจะต้องนำชุดเครื่องมือดังกล่าวใส่ไว้ใน Flash Drive จากนั้นนำไปเสียบยังเครื่อง ATM ที่ต้องการ และสั่งรันมัลแวร์ดังกล่าว การทำงานของมัลแวร์จำเป็นจะต้องใช้อาศัยคนสองคนในการขโมยเงินจากระบบ ATM โดยบุคคลแรกจะถูกเรียกว่า "drop" และบุคคลที่สองจะถูกเรียกว่า "drop master" โดยคนแรกจะนำมัลแวร์ไปรันบนเครื่อง ATM ที่ต้องการ และจำเป็นจะต้องส่งข้อมูลไปให้แก่บุคคลที่สอง ซึ่งจำเป็นต้องนำข้อมูลดังกล่าวซึ่งเป็นตัวเลขไปใส่ใน c0decalc ซึ่งจะทำการสร้างรหัสเพื่อนำไปใช้ในขั้นตอนการรันมัลแวร์ เพื่อให้ ATM ทำการจ่ายเงินออกมา
ทั้งนี้พบว่ามัลแวร์ "Cutlet Maker" นี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกในเว็ปไซต์ AlphaBay ซึ่งได้ถูกปิดโดยเอฟบีไอไปก่อนหน้านี้ โดยตัวมัลแวร์ และส่วนของ Stimulator ถูกเขียนขึ้นมาด้วย Delphi และพบว่าถูกคอมไพล์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม และวันที่ 16 กรกฎาคมปีที่แล้ว ตามลำดับ ส่วนตัว c0decalc ถูกเขียนขึ้นมาด้วย Visual C และพบว่าถูกคอมไพล์ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนปีที่แล้ว
ที่มา : The Hacker News
Oracle ออก Patch แก้ไขช่องโหว่ 250 รายการ โดย Product ที่มีการแพทซ์มากที่สุด คือ Oracle Fusion Middleware 38 รายการ, Oracle Hospitality Applications 37 รายการ และ Oracle MySQL 25 รายการ
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Onapsis เปิดเผยช่องโหว่ที่มีความเสี่ยงสูงที่พบใน Oracle คือ ช่องโหว่ SQL injections ใน E-Business Suite (EBS) เวอร์ชัน 12.1 และ 12.2 ซึ่งอาจทำให้ผู้บุกรุกสามารถเข้าถึงข้อมูลและแก้ไขเอกสารที่สำคัญได้ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต, ข้อมูลลูกค้า, เอกสารด้านทรัพยากรบุคคลหรือบันทึกทางการเงิน โดยไม่ต้องใช้ Username และ Password
สำหรับไตรมาสนี้ Java Platform, Standard Edition ได้รับการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยใหม่ 22 รายการ ที่กระทบต่อ Java Advanced Management Console, Java SE, Java SE Embedded และ JRockit
ผู้ใช้ Oracle สามารถตรวจสอบช่องโหว่ของผลิตภัณฑ์ และ Patch ได้ที่ http://www.
Cisco ได้รายงานถึงข้อผิดพลาดเกี่ยวกับ Advanced Linux Sound Architecture (ALSA) เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการเปิดเผย CVE ออกมาอย่างเป็นทางการ
ช่องโหว่นี้ได้รับการระบุเป็น CVE-2017-15265 แต่ให้คงสถานะเป็น reserved เอาไว้ก่อนในวันที่ประกาศ โดยเป็นช่องโหว่ที่เกิดจากความผิดพลาดของ Use-After-Free หรือความพยายามในการเข้าถึง memory ที่ถูกปล่อย(Free) หลังจากถูกใช้งานเรียบร้อยแล้วใน ALSA ของแอพพลิเคชัน ผู้โจมตีสามารถทำการโจมตีผ่านช่องโหว่นี้จากการเรียกใช้แอพพลิเคชั่นที่สร้างขึ้นมาในระบบของเป้าหมาย หากการโจมตีสำเร็จสามารถทำให้ผู้โจมตีได้รับสิทธิ์ที่สูงขึ้นในระบบของเป้าหมายได้
แม้ว่าช่องโหว่นี้อาจจะส่งผลเฉพาะกับเครื่องที่โดนโจมตีเท่านั้น แต่การที่ผู้โจมตีสามารถทำการเพิ่มสิทธิ์ตนเองให้สูงขึ้นได้นั้น ก็ส่งผลให้ช่องโหว่นี้ถูกจัดอยู่ในระดับ High ทั้งนี้จากรายงานได้ระบุว่าได้มีการแก้ไขช่องโหว่นี้โดยการปรับฟังก์ชั่นการทำงานให้รัดกุมขึ้น และได้อัพโหลดขึ้นไปบน ALSA git tree เรียบร้อยแล้ว
ที่มา : TheRegister
ตรวจพบ extension ชื่อว่า Adblock Plus ปลอม ถูกเผยแพร่อยู่บน Chrome Web Store ที่มียอดดาวน์โหลดจากผู้ใช้งานไปแล้วกว่า 37,000 ครั้ง โดยส่วนเสริมตัวนี้มีหน้าที่เอาไว้บล็อคพวกโฆษณา เพื่อไม่ให้แสดง
ทาง SwiftOnSecurity รายงานว่า Adblock Plus ปลอมนั้น ได้ปลอมแม้กระทั่งชื่อผู้พัฒนาเพื่อหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อ โดยใช้ชื่อว่า Adblock Plus แต่ของจริงนั้นจะถูกพัฒนาโดยชื่อ adblockplus.
เกิดเหตุการณ์ข้อมูลบัตรเครดิตถูกโจรกรรมอีกครั้งกับโรงแรมในเครือ Hyatt โดยข้อมูลที่ถูกขโมยไปมีข้อมูลในส่วนของชื่อผู้เข้าพัก และรายละเอียดของบัตร หัวหน้าฝ่ายดำเนินงานของโรงแรม Chuck Floyd กล่าวถึงเรื่องนี้ว่ามีการตรวจพบสิ่งที่บ่งบอกถึงความพยายามในการเข้าถึงข้อมูลการทำธุรกรรมผ่านบัตร โดยที่ไม่ได้รับอนุญาติในบางสาขาของโรงแรม Hyatt ช่วงวันที่ 18 มีนาคม ถึง 2 กรกฏาคม 2017 มีโรงแรมที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 41 แห่ง โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในประเทศจีน และส่วนที่เหลือพบอยู่ตามประเทศต่างๆ เช่น บราซิล, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น จากการตรวจพบพฤติกรรมที่ผิดปกตินั้น จึงทำการตรวจสอบย้อนไปจนพบว่ามีการเพิ่มโค้ดแปลกปลอมจากบุคคลภายนอกเข้ามายังระบบของโรงแรม ทั้งนี้ลูกค้าทุกคนที่ใช้บริการโรงแรมสาขาที่ได้รับผลกระทบได้รับการแจ้งเตือนให้ตรวจสอบสถานะการใช้งานของบัตร และให้รายงานกับทางธนาคารเมื่อพบว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
ทางโรงแรมได้ออกมากล่าวขอโทษลูกค้าถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และได้ทำการปรับปรุงระบบให้มีความปลอดภัย เพื่อโรงแรมในเครือทั่วโลกสามารถรองรับการใช้จ่ายผ่านบัตรที่โรงแรมได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามผู้ใช้งานบัตรเครดิต ควรหมั่นตรวจสอบรายละเอียดการทำธุรกรรมทุกครั้งว่าถูกต้องตามจริงหรือไม่ หากพบธุรกรรมที่น่าสงสัย ควรแจ้งกับธนาคารเพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป
ที่มา : ZDNET