แฮ็กเกอร์กำลังมุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักพัฒนาโดยใช้ช่องโหว่ระดับ Critical หมายเลข CVE-2025-11953 ใน Metro server ของ React Native เพื่อฝัง Payloads ที่เป็นอันตรายเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows และ Linux
บน Windows ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนจะสามารถใช้ช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อรันคำสั่งใด ๆ บน OS ก็ได้ผ่าน POST request ส่วนบน Linux และ macOS ช่องโหว่นี้อาจนำไปสู่การรันไฟล์โปรแกรมใด ๆ ก็ตาม แต่จะมีการจำกัดการควบคุม Parameter บางส่วน
Metro คือ JavaScript bundler ที่เป็นค่า Default สำหรับโปรเจกต์ React Native และเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการสร้าง และรันแอปพลิเคชันในช่วงระหว่างการพัฒนา
โดยค่า Default ของ Metro สามารถเชื่อมต่อกับ Interfaces เครือข่ายภายนอก และเปิดให้เข้าถึง HTTP endpoints ที่ออกแบบมาสำหรับขั้นตอนการพัฒนาเท่านั้น (เช่น /open-url) เพื่อให้ใช้งานแบบ Local ได้
นักวิจัยจาก JFrog บริษัทด้านความปลอดภัยของ Supply-chain ซอฟต์แวร์ ได้ค้นพบช่องโหว่ดังกล่าว และออกมาเปิดเผยเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ก็เริ่มมีการปล่อยโค้ด Proof-of-Concept exploits ออกมาหลายตัว
ในบทความที่เผยแพร่ระบุว่า ต้นตอของปัญหาอยู่ที่ endpoint /open-url นั้นยอมรับคำสั่งแบบ POST request ที่แนบค่า URL ซึ่งผู้ใช้ป้อนเข้ามา และค่าเหล่านั้นถูกส่งต่อไปประมวลผลในฟังก์ชัน open() โดยไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยเสียก่อน
ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อแพ็กเกจ @react-native-community/cli-server-api ตั้งแต่เวอร์ชัน 4.8.0 ถึง 20.0.0-alpha.
