Insane in the domain: Sea Turtle hackers pwn DNS orgs to dash web surfers on the rocks of phishing pages

กลุ่มแฮกเกอร์ชื่อว่า "Sea Turtle" ที่เชื่อว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล โจมตีเพื่อทำการควบคุม DNS ในหลายประเทศ (DNS Hijacking) และใช้เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนเส้นทาง เพื่อหลอกลวงเหยื่อไปยังเว็บไซต์ปลอมและขโมยข้อมูลสำคัญ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานจาก Cisco Talos ระบุว่าพบมีหน่วยงานและองค์กรทั้งจากภาครัฐและเอกชนประมาณ 40 แห่งใน 13 ประเทศของตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือตกเป็นเหยื่อการโจมตีที่ยาวนานมาตั้งแต่เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว โดยผู้โจมตีจะทำการควบคุม DNS Server ของเหยื่อ เพื่อกำหนดเส้นทางการรับส่งข้อมูลไปยังเว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้นให้เหมือนเว็บไซต์จริงที่ถูกต้อง เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ อย่างเช่นชื่อผู้ใช้งาน และรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบ เพื่อนำไปใช้ขโมยข้อมูลสำคัญในองค์กรต่อไป อย่างเช่น SSL Certificate เป็นต้น

ทั้งนี้เชื่อว่าวิธีการที่กลุ่มแฮกเกอร์ใช้ในการโจมตีครั้งนี้มีทั้งการหลอกให้พนักงานที่อยู่ในบริษัทที่รับจดทะเบียนโดเมนติดตั้งมัลแวร์ผ่านอีเมลหลอกลวงที่ส่งมา (Spear Phishing) และอาศัยช่องโหว่ในระบบเพื่อเข้าถึงระบบ โดยหนึ่งในช่องโหว่ที่เชื่อว่าถูกนำมาใช้คือ ช่องโหว่ที่อนุญาตให้สามารถรันคำสั่งอันตราย (RCE) ผ่าน Telnet ใน Cluster Management Protocol ของ Cisco IOS และ IOS XE Router (CVE-2017-3881)

Cisco Talos ได้แนะนำให้องค์กรที่มีการใช้งาน DNS Record เลือกที่จะใช้งาน Registry Lock Service เพื่อแจ้งให้ทราบเมื่อพบว่ามีความพยายามเปลี่ยนแปลง DNS Record หรือเลือกใช้งาน multi-factor authentication เช่น DUO เพื่อเข้าถึง DNS Record ขององค์กร นอกเหนือจากนี้ไม่ควรมองข้ามการแพทช์เครื่อง server ให้อัพเดทอย่างสม่ำเสมอ

สามารถอ่านข้อมูล IOCs ได้จากรายงานฉบับเต็ม:blog.

Filipino hackers wage cyberwar on Chinese Web sites

หลังจากเกิดเหตุการณ์แฮกเว็บไซต์หลายแห่งในประเทศฟิลิปปินส์เมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดลามไปถึงประเทศจีนแล้ว เมื่อมีการแฮกเว็บไซต์กว่า 200 เว็บในจีน เพื่อขู่ยึดดินแดน
ตามรายงานข่าวกลุ่มชาวฟิลิปปินส์ที่ก่อเหตุแฮกเว็บไซต์ในจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีชื่อเรียกกันว่า "Anonymous Philippines" หรือรู้จักกันในนาม "Pinoys" หลังจากเคยก่อเหตุมาแล้วกับเว็บไซต์ในฟิลิปปินส์เมื่อปีที่แล้ว สาเหตุมาจากความไม่พอใจต่อกรณีพิพาทเหนือเกาะในทะเลจีนใต้ที่มีชื่อว่า "Huangyan" ที่ฟิลิปปินส์และจีนมีปัญหากันมาตั้งแต่ปี 2012
อย่างไรก็ตามรายงานข่าวกล่าวว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฮกเกอร์กลุ่มนี้แฮกเว็บไซต์ในจีน หลังจากเมื่อปี 2012 มีการแฮกเว็บไซต์ในจีน เพื่อเป็นการตอบโต้ที่แฮกเกอร์ชาวจีนเคยแฮกเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยในฟิลิปปินส์

ที่มา : The Washington Post

Chinese Hackers spied on European Diplomats during recent G20 meetings

บริษัทรักษาความปลอดภัย FireEye ได้ออกรายงานฉบับใหม่ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการจารกรรมไซเบอร์ของกลุ่มแฮกเกอร์ชาวจีน โดยการโจมตีมุ่งไปที่กระทรวงต่างประเทศในยุโรป (European Ministries of Foreign Affairs (MFA)) ในระหว่างการประชุม G20 ที่ผ่านมา นักวิจัย Nart Villeneuve ของบริษัท Fire Eye กล่าวว่า แฮกเกอร์ได้เข้าไปในระบบเน็ตเวิร์คของกระทรวงต่างประเทศซึ่งมีกระทรวงต่างประเทศ 5 ประเทศที่ถูกโจมตี โดยที่รูปแบบการโจมตีของแฮกเกอร์จะเป็นการส่ง อีเมล ที่มีมัลแวร์แนบไปกับอีเมลที่ส่งไปด้วย โดยส่งให้กับเจ้าหน้าที่กระทรวง เพื่อหวังที่จะเข้าไปขโมยข้อมูลสำคัญต่างๆ โดยที่การโจรกรรมข้อมูลในครั้งนี้มีชื่อว่า “Operation Ke3chang” และหากเหยื่อทำการดาวน์โหลดและเปิดไฟล์มัลแวร์ที่ปลอมตัวเองเป็นไฟล์รายละเอียดการแทรกแซงในซีเรีย (US_military_options_in_Syria.