เช็คพอยท์ บริษัทซอฟแวร์เทคโนโลยี ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ "กรณีศึกษาเรื่องมัลแวร์ Eurograbber: วิธีการขโมยเงินกว่า 36 ล้านยูโรผ่านมัลแวร์" ออกมาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า Eurograbber นับว่าเป็นภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตที่น่ากลัวมากในยุโรปขณะนี้ มันถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อพุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าธนาคาร ที่ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ โดยมัลแวร์ตัวนี้จะทำงานร่วมกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุม เพื่อดักจับข้อมูลจากข้อความที่ระบบส่งไปยังโทรศัพท์มือถือที่ให้ผู้ใช้ยืนยันตนอีกครั้งด้วยรหัสรับรองความถูกต้อง และเมื่อรหัสดังกล่าวถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ ก็จะทำให้ผู้โจมตีสามารถทำธุรกรรมแทนผู้ใช้ได้ทุกอย่าง
โดยมี 5 ข้อเท็จจริงที่ทางเช็คพอยท์ ได้ค้นพบมา สรุปได้ดังนี้
1. ขณะนี้มีเงินกว่า 1.4 พันล้านบาท ถูกขโมยออกจากบัญชีผู้ใช้กว่า 30,000 รายทั่วยุโรป
2. การโจมตีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นที่เยอรมนี ฮอลแลนด์ และสเปน
3. การโจมตีเป็นลักษณะของการใช้มัลแวร์ดักจับข้อมูลลูกค้าที่ทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ
4. การโจมตีด้วยบ็อต (โทรจันซูส) ได้ถูกนำมาใช้ร่วมกับบ็อตแบบใหม่ในการแพร่กระจายมัลแวร์ Eurograbber
5. โทรศัพท์แอนดรอยด์และแบล็คเบอร์รี เป็นเป้าหมายของการโจมตี และแสดงให้เห็นว่าการโจมตีอุปกรณ์แอนดรอยด์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ทางผู้จัดการของทั้งเช็คพอยท์ และเวอร์เซฟ ได้เปิดเผยว่า ตอนนี้อาชญากรไซเบอร์กำลังเดินหน้าพัฒนามัลแวร์เพื่อใช้ประโยชน์ทางการโจรกรรมขั้นสูง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับได้ ดังนั้น ควรมีการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้น และครอบคลุมทั้งเครือข่าย เพื่อป้องกันการโจมตีแบบชาญฉลาดเหล่านี้
ที่มา : kapook