ใครใช้รหัสผ่าน Password1 เปลี่ยนด่วน

ดูเหมือนความพยายามผลักดันให้ผู้ใช้ตั้งพาสเวิร์ดที่ยากต่อการแฮคจะไร้ผล เนื่องจากผลการศึกษาวิจัยล่าสุดบนคอมพิวเตอร์กว่า 2 ล้านเครื่องโดย Trustwave พบว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงใช้าพสเวิร์ดว่า "password" และคำที่ใกล้เคียง ส่วนข้อแนะนำที่ให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านด้วยตัวอักษรตัวใหญ่ (upper-case) และตัวเลขผสมเข้าไป เพื่อให้การแฮคยากขึ้น ปรากฎว่า พาสเวิร์ดทีใช้หลักการนี้ในการตั้งก็คือ Password1

ผลการศึกษาดังกล่าวต้องการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของระบบรักษาความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์ที่ส่วนใหญ่อยู่ที่ผู้ใช้ ไม่ว่าองค์กรธุรกิจจะมีไฟร์วอลล์กี่ตัว หรือระบบป้องกันการเจาะข้อมูลที่ฉลาดเป็นกรด แต่สุดท้ายก็ตกม้าตายด้วยพาสเวิร์ดง่ายๆ ที่เปรียบเสมือนกุญแจที่เจ้าของบ้างแขวนไว้หน้าประตู Trustwave เปิดเผยว่า จากพาสเวิร์ดบนคอมพิวเตอร์ 2.5 ล้านเครื่อง จะมีการใช้คำว่า password รวมอยู่ด้วยประมาณ 5% (ดูเหมือนน้อย แต่ความจริงมันหมายถึง 125,000 เครื่อง) ซึ่งเป็นคำที่คนทั่วไปเดาได้ไม่ยาก หรือแค่ใช้ซอฟต์แวร์ถอดพาสเวิร์ดอัตโนมัติที่ไม่ต้องเก่งนักก็ได้คำตอบแล้ว

ประเด็นที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ ด้วยคอมพิวเตอร์ราคา 1,500 เหรียญฯ (ประมาณ 45,000 บาท) กับซอฟต์แวร์พิเศษแค่ตัวเดียว Trustwave สามารถเจาะพาสเวิร์ดได้มากกว่า 200,000 รหัสได้อย่างง่ายดาย ผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยกล่าวว่า ผู้ใช้จำเป็นต้องตั้งพาสเวิร์ดที่เดายาก หรือแทบจะเดาไม่ได้เลย แต่นี่คือสิ่งที่ผู้ใช้ทราบกันมานานหลายปีแล้ว อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เริ่มผลักดันผู้ใช้ให้ใช้ระบบป้องกันแบบชีวมาตร (biometric) อย่างเช่น ลายนิ้วมือ ในการแสดงตัว เพื่อใช้สิทธิ์เข้าถึงระบบ หรือวิธีทวนสอบอื่นๆ ที่ไม่ต้องใช้ความจำของมนุษย์แทน เพื่อแก้ปัญหาข้างต้นนี้ รายงานข่าวบางแห่งยังแนะนำด้วยว่า คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ที่ใช้พาสเวิร์ด Password1 ควรรีบเปลี่ยนด่วน เพราะมันเป็นรหัสผ่านที่มีการพบมากที่สุด โอกาสโดนเจาะก็จะสูงสุดไปด้วย

ที่มา : arip

Anonymous gets hacked, Anonyops.com hacked and defaced?

เว็ปไซต์ของกลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous (http://anonyops.com/) ถูก Deface หน้าเพจ โดยแฮกเกอร์ “Exotz” ซึ่งจากบทสัมภาษณ์ Exotz กล่าวถึงวิธีการโจมตีไว้สั้นๆว่า เกิดจากความผิดพลาดของสคริปสำหรับการอัพโหลดไฟล์ที่เว็ปเซิฟเวอร์ซึ่งทำให้เขาสามารถอัพโหลด shell ไปยังบนเซิฟเวอร์ได้ และเน้นย้ำว่าเขาไม่ใช่แฮกเกอร์ของกลุ่ม Anonymous

ที่มา : cyberwarnews

Anonymous Hackers target Nasdaq website

เว็ปไซต์ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้น “NASDAQ” และ “BATS” ถูกโจมตีโดนกลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous เมื่อประมาณวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2012 โดยวิธีการ DDoS จนเว็ปไซต์ต้องดาวน์ลงไป

ที่มา : thehackernews

Dangerous IE browser vulnerabilities, Allows remote code execution

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Microsoft ออกแพชท์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งหมด 9 แพทช์ แก้ไข 21 ช่องโหว่ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีช่องโหว่อันตรายในบราวเซอร์ IE อยู่ในระดับความอันตรายที่ “Critical” ซึ่งช่องโหว่อาจถูกใช้โดยผู้ไม่ประสงค์ดีและสามารถ Remote Code Execution เข้ามายังเครื่องที่มีช่องโหว่ได้ โดยมีผลกับ IE เวอร์ชั่น 7,8 และ 9

ทาง Microsoft เตือนผู้ใช้งานให้ทำการอัพเดทแพทช์ปัจจุบันโดยเร็วที่สุด

ที่มา : thehackernews

8000+ Accounts leaked from the Chinese Government Trade website by @RevolutionSec

กลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous โจมตีรัฐบาลจีน โดยแฮกข้อมูลของเว็ปไซต์ http://www.trade.gov.cn/ โดยได้ Username และ Password ที่เข้ารหัสเอาไว้กว่า 8000 account โดยโพสข้อมูลเหล่านี้เอาไว้บนเว็ปไซต์ Pastebin

ที่มา : cyberwarnews

F.B.I. Admits Hacker Group’s Eavesdropping

กลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous ได้ดักฟังการประชุมทางโทรศัพท์เมื่อเดือนที่แล้วของการประชุมระหว่างสำนักงาน Scotland Yard และหน่วยงานตำรวจจากต่างประเทศ โดย Anonymous ได้ทำการโพสต์ข้อมูลที่อัดเสียงไว้ความยาว 16 นาทีผ่านทางหน้าเว็บเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ FBI ได้ออกมาบอกว่า จริง ๆ แล้วก็ไม่เชิงว่าพวก anonymous จะได้ทำการแฮกเข้ามาในหน่วยงานของพวกเขา เพราะว่าพวกเขาเพียงแค่ได้อีเมล์ไปหาเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เป็นข้อมูลที่บอกถึงเวลา หมายเลขโทรศัพท์ และ access code ที่ใช้ในการโทรศัพท์ ซึ่งอีเมล์ได้ถูกส่งออกไปให้มากกว่า 36 คน ซึ่งมีผู้รับคนนึงได้ส่งจดหมายนี้ต่อไปยังเมล์ส่วนตัวแล้วจึงถูกพวก Anonymous ดักจับไว้ได้ FBI จึงบอกว่า ไม่มีระบบไหนถูกเจาะ แต่ว่าระบบการความปลอดภัยในการติดต่อสื่อสารนั้นมีปัญหาเพราะว่ามีคนหลายคนจากหลายประเทศที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อครั้งนี้

ที่มา : nytimes

DNSChanger trojan still infects Fortune 500 companies

บริษัทที่อยู่ในรายชื่อ Fortune 500 (เป็นเหล่าบริษัทที่ติดอันดัน 500 บริษัทแรกในอเมริกา จัดอันดับโดย นิตยสาร Fortune) ประมาณครึ่งหนึ่ง ยังคงติดซอฟท์แวร์ที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์กลายเป็น botnet นอกจากนี้ยังรวมไปถึง 50% ของคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานของรัฐด้วย
โทรจัน DNSChanger จะเปลี่ยนการตั้งค่าของเครื่อง web hosting ที่เกี่ยวกับผลการค้นหา และบล็อคเครื่องของเหยื่อไม่ให้เข้าเว็บไซต์เกี่ยวกับความปลอดภัยเพื่อไปกำจัดไวรัส โดยเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า มีคนจำนวน 6 คนต้องสงสัยว่ากำลังใช้โทรจันในการควบคุมคอมพิวเตอร์กว่า 4 ล้านเครื่องใน 100 ประเทศ

ที่มา : InTheBox

Philips Electronics got hacked, Database Stolen by Hackers

บริษัทอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่าง Philips ถูก Deface หน้าเว็ป โดยแฮกเกอร์ bch195 และ HaxOr โดยแฮกเกอร์ยังอ้างอีกว่ามี Subdomain ของ Philips อีกมากมายที่เขาแฮกได้ จากข้อมูลที่แฮกเกอร์นำไปโพสใน Pastebin ยังพบว่าข้อมูลในฐานข้อมูลของบริษัทและรายชื่ออีเมลบางส่วนถูกแฮกด้วยเช่นกัน เพียงแต่โชว์ตัวอย่างเล็กน้อยแค่ 100 อีเมลจาก 200000 อีเมลและแฮกเกอร์ยังขู่จะขายข้อมูลดังกล่าวอีกด้วย

หมายเหตุ: ขณะที่เขียนอีเมลนี้อยู่ เว็ปไซต์ www.