
TeamViewer ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูง จำนวน 3 รายการ เปิดทางให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดอันตราย, ทำให้โปรแกรม Remote Desktop หยุดทำงาน หรือยกระดับสิทธิ์เข้าถึงเครื่องสู่ระดับ Root บนระบบปฏิบัติการ macOS โดยช่องโหว่เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อองค์ประกอบฝั่ง Client ที่ใช้งานร่วมกับ TeamViewer Remote, TeamViewer Tensor และ TeamViewer ONE ซึ่งมีคะแนนความรุนแรงตามมาตรฐาน CVSS สูงถึง 8.8
บริษัทได้เผยแพร่ประกาศแจ้งเตือนความปลอดภัยฉบับที่ TV-2026-1011 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2026 พร้อมทั้งเรียกร้องให้ลูกค้ารีบติดตั้งเวอร์ชัน 15.83 หรือเวอร์ชันล่าสุดที่มีให้อัปเดตในทันที ทั้งนี้ TeamViewer ระบุว่ายังไม่พบข้อมูลการนำช่องโหว่ดังกล่าวไปใช้โจมตีจริงในขณะที่มีการเผยแพร่ประกาศแจ้งเตือน
ช่องโหว่หมายเลข CVE-2026-92372 ซึ่งมีคะแนนความรุนแรงอยู่ที่ 8.8 ส่งผลกระทบต่อตัวถอดรหัสภาพหน้าจอ ใน TeamViewer เวอร์ชันเต็มสำหรับ Linux และ macOS ที่ต่ำกว่าเวอร์ชัน 15.83 โดยส่วนถอดรหัสดังกล่าวมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลภาพที่ได้รับระหว่างการใช้งาน Remote Desktop แต่กลับมีข้อบกพร่องตรงที่ไม่ได้ตรวจสอบว่าข้อมูลที่รับเข้ามานั้นมีขนาดพอดีกับพื้นที่หน่วยความจำ ที่จัดสรรไว้หรือไม่
ผู้โจมตีสามารถส่งข้อมูลภาพหน้าจอที่ดัดแปลงขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งจะเขียนข้อมูลเกินขอบเขตพื้นที่หน่วยความจำที่จัดสรรไว้ (Buffer Overflow) และอาจเปิดทางให้สามารถสั่งรันโค้ดใด ๆ ก็ได้ตามที่ผู้โจมตีต้องการ นอกจากนี้ ยังมีอีกเส้นทางการโจมตีคือการล่อลวงให้ผู้ใช้งานเปิดไฟล์บันทึกเซสชันของ TeamViewer ที่มีโค้ดอันตรายแฝงอยู่ ซึ่งไฟล์ดังกล่าวมีนามสกุล .tvs โดยการโจมตีทั้งสองรูปแบบจำเป็นต้องอาศัยการโต้ตอบจากผู้ใช้งาน
ช่องโหว่ในการใช้งาน Remote Desktop ผ่าน TeamViewer
ประกาศแจ้งเตือนดังกล่าวยังได้ระบุถึงการติดตั้งส่วนประกอบ TeamViewer ในรูปแบบ Host บนระบบปฏิบัติการ Linux และ macOS รวมถึงซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าในสายการพัฒนาอย่าง 14.7 และ 13.2 ไว้ในส่วนของเวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ดังนั้น ผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องตรวจสอบองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ ไม่ใช่ตรวจสอบเพียงแค่แอปพลิเคชันหลักบน Desktop เท่านั้น
สำหรับช่องโหว่ในเซสชันรีโมตรายการที่สอง คือ หมายเลข CVE-2026-111585 ซึ่งได้รับคะแนนความรุนแรงอยู่ที่ 8.8 เช่นเดียวกัน ช่องโหว่ดังกล่าวเกิดจากปัญหา Integer Overflow (ค่าตัวเลขเกินขอบเขตที่กำหนด) ระหว่างขั้นตอนการประมวลผลหน้าจอ ซึ่งนำไปสู่ภาวะหน่วยความจำ Heap ล้น (Heap-based Buffer Overflow) โดยข้อมูลจะถูกเขียนเกินพื้นที่หน่วยความจำที่กำหนดไว้
โฮสต์ปลายทางที่เป็นอันตรายหรือตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้โจมตี สามารถอาศัยช่องโหว่นี้เพื่อทำให้แอปพลิเคชันฝั่งผู้ใช้งานหยุดการทำงาน หรืออาจสามารถสั่งรันโค้ดด้วยระดับสิทธิ์เดียวกับ Process ของโปรแกรม Viewer ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่ใช้งาน
การโจมตีจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเหยื่อสร้างการเชื่อมต่อเพื่อควบคุมระยะไกลกับโฮสต์ดังกล่าว โดยซอฟต์แวร์ที่ได้รับผลกระทบได้แก่ Full Client บน Windows, Linux และ macOS, Windows Portable รวมถึงแอปพลิเคชัน Android Remote Control เวอร์ชันที่ต่ำกว่า 15.83
สำหรับช่องโหว่หมายเลข CVE-2026-92374 ซึ่งมีคะแนน CVSS อยู่ที่ 7.8 ส่งผลกระทบต่อคอมโพเนนต์ Privileged Helper ใน TeamViewer Full Client และ Host บน macOS โดยมีสาเหตุมาจากข้อบกพร่องด้านจังหวะเวลาในการทำงาน และการจัดการ Symbolic Links อย่างไม่ปลอดภัย ซึ่งลิงก์ดังกล่าวชี้ไปยังไฟล์หรือตำแหน่งอื่นในระบบ
ผู้โจมตีภายในระบบที่มีสิทธิ์จำกัด สามารถใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาระหว่างการตรวจสอบแพ็กเกจตัวติดตั้งกับการเรียกใช้งานจริง (TOCTOU) เพื่อ Bypass ขั้นตอนการตรวจสอบแพ็กเกจ ซึ่งจะเปิดทางให้สามารถติดตั้งแพ็กเกจที่เป็นอันตรายและยกระดับสิทธิ์ของผู้ใช้งานไปสู่ระดับ Root ได้ ทั้งนี้ ช่องโหว่ดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการเข้าถึงภายในเครื่องอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งแตกต่างจากช่องโหว่ด้านการประมวลผลหน้าจอ
การปล่อยแพตช์แก้ไขในครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากรายงานก่อนหน้านี้เกี่ยวกับช่องโหว่ในเซสชัน Remote ของ TeamViewer และช่องโหว่ด้านการถ่ายโอนไฟล์ที่แยกต่างหาก ซึ่งรายงานเหล่านั้นกล่าวถึงข้อบกพร่องคนละจุดกัน และไม่ควรนำมาสับสนกับช่องโหว่ใหม่ 3 รายการที่เปิดเผยในประกาศฉบับนี้
TeamViewer แนะนำให้ผู้ใช้งานดำเนินการอัปเดตผ่านหน้าดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการ โดยสำหรับเวอร์ชันเก่าจะมีการแก้ไขในเวอร์ชัน 15.64.10 สำหรับ Windows 7 และ 8, เวอร์ชัน 14.7.48868 สำหรับแพลตฟอร์มรุ่นเก่าที่ยังรองรับอยู่ และเวอร์ชัน 13.2 สำหรับแพลตฟอร์มเฉพาะบางรายการ
ความเสี่ยงสำคัญคือ การเชื่อมต่อไปยังคอมพิวเตอร์ที่เป็นอันตรายอาจส่งผลกระทบต่อตัวแอปพลิเคชันฝั่งผู้ใช้งานเอง โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องอนุญาตให้ผู้โจมตีเข้ามาควบคุม Desktop โดยตรง ช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลหน้าจอเหล่านี้ก็สามารถสร้างความเสียหายได้แล้ว
ที่มา : cybersecuritynews

You must be logged in to post a comment.