
Cisco ได้ออกประกาศแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 5 รายการในระบบปฏิบัติการ NX-OS data center network ซึ่งอาจถูกใช้เพื่อสั่งรันโค้ดตามต้องการด้วยสิทธิ์ระดับ root บน Nexus switch
ในกรณีที่ไม่สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้ ผู้โจมตีอาจใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านี้เพื่อทำให้กระบวนการทำงานหยุดชะงัก และบังคับให้อุปกรณ์ที่มีช่องโหว่ต้องทำการ Reload ใหม่ ส่งผลให้เกิดภาวะ Denial-of-Service ได้
ช่องโหว่ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อฟีเจอร์ NX-API, Next Generation OAM (NGOAM) และ MPLS OAM ใน Cisco Switch Nexus 3000 Series และ Nexus 9000 Series
โดยช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ Switch Nexus 3000 Series และ Nexus 9000 Series ที่ทำงานในโหมด NX-OS แบบ Standalone อย่างไรก็ตาม การโจมตีจะสำเร็จได้นั้นก็ต่อเมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ NX-API, Next Generation OAM (NGOAM) และ MPLS OAM
ช่องโหว่ทั้ง 5 รายการมีสาเหตุหลักมาจากความล้มเหลวในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และการโจมตีจะสำเร็จได้จะต้องมีการเปิดใช้งานอย่างน้อย 1 ใน 3 ฟีเจอร์บนอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ:
- CVE-2026-76471: การตรวจสอบ input validation ที่ไม่เพียงพอ ซึ่งสามารถถูกโจมตีได้ผ่านการส่ง HTTP request ที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษไปยัง NX-API โดยฟีเจอร์นี้จะถูกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น
- CVE-2026-76485, CVE-2026-76486 และ CVE-2026-76501: ช่องโหว่ที่เกิดจากการตรวจสอบข้อมูล IP Traffic ไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถถูกโจมตีได้ผ่านการส่งแพ็กเกจที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษไปยัง IP Interface โดยทั้ง 3 ช่องโหว่นี้จำเป็นต้องเปิดใช้งาน NGOAM
- CVE-2026-76465: การตรวจสอบความถูกต้องของแพ็กเกจ MPLS echo-request ไม่เหมาะสม ทำให้ถูกโจมตีผ่าน request ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษส่งไปยัง IP Address ของอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ
การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2026-76486 ยังจำเป็นต้องเปิดใช้งาน Segment Routing over IPv6 (SRv6) หรือ Network Virtualization (NV) Overlay ด้วย
ประกาศเตือนของ Cisco ระบุว่า "NV Overlay จำเป็นต้องมีการจับคู่ VXLAN Ethernet VPN (EVPN) VXLAN Network Identifier (VNI) เข้ากับ Network Virtualization Endpoint (NVE) interface โดยมี peer VXLAN Tunnel Endpoint (VTEP) แล้วอย่างน้อยหนึ่งรายการ (เช่น BGP EVPN หรือ ingress-replication static peer)"
ช่องโหว่ CVE-2026-76501 สามารถถูกใช้โจมตีได้หากมีการเปิดใช้งาน SRv6 ซึ่งรองรับเฉพาะใน Nexus 9000 บางรุ่นเท่านั้น
สำหรับช่องโหว่ CVE-2026-76465 จะต้องมีการเปิดใช้งาน MPLS OAM โดยตรง เนื่องจากฟีเจอร์นี้ถูกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น ทั้งนี้ สวิตช์ Nexus 9000 ที่ใช้ชิป Silicon One ASICs จะไม่รองรับฟีเจอร์นี้ และไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าว
Cisco ระบุเพิ่มเติมว่า Switch Nexus 7000 และ Switch Nexus 9000 ที่ทำงานในโหมด ACI ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ทั้ง 5 รายการนี้
Cisco แนะนำให้ทำการอัปเกรดเวอร์ชัน NX-OS เป็นเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขแล้ว ซึ่งสามารถตรวจสอบเวอร์ชันที่แก้ไขได้ผ่านเครื่องมือ Software Checker
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังแนะนำให้ปิดการใช้งานฟีเจอร์ NGOAM, NX-API หรือ MPLS OAM หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน เพื่อปิดช่องทางในการถูกโจมตี
นอกจากนี้ Cisco ยังได้จัดเตรียมมาตรการป้องกันชั่วคราวที่เรียกว่า "Live Protect shields" สำหรับช่องโหว่ทั้ง 5 รายการ ซึ่งเป็นระบบป้องกันสำหรับ Switch ที่ยังไม่สามารถอัปเกรด และรีบูตได้ในขณะนี้
ช่องโหว่ทั้ง 5 รายการถูกพบระหว่างการทดสอบความปลอดภัยภายในองค์กร และ Cisco ระบุว่า ยังไม่พบการนำช่องโหว่ไปใช้โจมตีในช่วงเวลาที่เผยแพร่คำแนะนำนี้
นอกเหนือจากช่องโหว่ของ Nexus ทั้ง 5 รายการแล้ว Cisco ยังได้ปล่อยอัปเดตเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับ Cisco License (เดิมชื่อ Smart Software Manager) อีกด้วย
ช่องโหว่เหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ การขาดการตรวจสอบสิทธิ์สำหรับฟังก์ชันที่สำคัญ (CVE-2026-76480, CVSS 9.8), การตรวจสอบ cryptographic signature ที่ไม่ถูกต้อง (CVE-2026-76482, CVSS 10.0), การปกป้องข้อมูล credentials ที่ไม่เพียงพอ (CVE-2026-76483, CVSS 9.1) และ code injection (CVE-2026-76484, CVSS 8.8)
เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบมีความเสี่ยงต่อช่องโหว่นี้โดยไม่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบ Cisco จึงแนะนำให้อัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 10-202609 เนื่องจากไม่มีวิธีแก้ไขปัญหาชั่วคราวสำหรับช่องโหว่นี้
เวอร์ชันเก่าที่ใช้ชื่อ Smart Software Manager จะไม่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว Cisco จึงแนะนำให้ย้ายไปใช้งานเวอร์ชันที่ยังได้รับการสนับสนุนแทน
สำหรับรายชื่อคำแนะนำด้านความปลอดภัยทั้งหมดที่ Cisco เผยแพร่เมื่อวานนี้ สามารถดูได้ที่ Cisco[.]com
ที่มา : bleepingcomputer.com

You must be logged in to post a comment.