
Surfshark เปิดเผยว่า แฮ็กเกอร์ได้ลักลอบเข้าถึงหนึ่งในเซิร์ฟเวอร์ Internal test ของบริษัท หลังจากเกิดข้อผิดพลาดในการกำหนดค่าที่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวถูกเชื่อมต่อ และสามารถเข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต
ผู้ให้บริการ VPN รายนี้ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า และไม่ได้ลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของโครงสร้างพื้นฐาน แต่ทำให้ข้อมูล Service configurations และข้อมูล Credentials ที่เกี่ยวข้องกับ Build-related รั่วไหลออกไป
Surfshark อธิบายบนเว็บไซต์ว่า “เนื่องจากความผิดพลาดของบุคคล (Human error) เซิร์ฟเวอร์ Internal test ที่ทีม Engineering ของเราใช้งานจึงถูกตั้งค่าผิดพลาด ส่งผลให้ระบบสามารถถูกเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ต”
Environment ของระบบที่หลุดรอดออกไปยังมีบางส่วนของ System binaries และ Code history รวมอยู่ด้วย
Surfshark ระบุเพิ่มเติมว่า มีผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตได้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์อีกเครื่องหนึ่งที่แยกส่วนออกมา ซึ่งใช้สำหรับการปรับแต่งประสิทธิภาพการเข้าถึง Content โดยเครื่องดังกล่าวทำหน้าที่เป็น Proxy และไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญใด ๆ ได้ เช่น ข้อมูล User identity, IP addresses, Encryption keys หรือ Browsing traffic
ทางบริษัทไม่ได้ระบุชัดเจนว่า Binaries, Configurations, Services, ข้อมูล Credentials หรือไฟล์เฉพาะเจาะจงใดบ้างที่รั่วไหล แต่ยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐาน VPN ในระดับ Production และข้อมูลของลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้
ผู้ให้บริการ VPN ให้ความมั่นใจว่า “ข้อมูลส่วนบุคคลไม่เคยถูกจัดเก็บ และไม่สามารถเข้าถึงได้จากเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกเจาะ, VPN traffic และกิจกรรมการเข้าเว็บไม่ได้ถูกบันทึก หรือเก็บรักษาไว้ตั้งแต่ต้น และแอปพลิเคชันรวมถึง Browser extensions บนอุปกรณ์ของคุณก็ไม่ได้รับการดัดแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น”
บริษัทตรวจพบกิจกรรมที่น่าสงสัยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และสามารถระงับเหตุการณ์ได้ในวันที่ 2 กันยายน โดยสามวันหลังจากนั้น บริษัทได้ดำเนินกระบวนการแก้ไข และฟื้นฟูระบบจนเสร็จสมบูรณ์
บริษัทยังระบุด้วยว่า ไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าข้อมูล Credentials ที่หลุดออกไปนั้นถูกนำไปใช้ในการโจมตี หรือการเจาะระบบครั้งนี้ได้ลุกลามไปยังระบบอื่น ๆ
เพื่อเป็นการรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าว Surfshark ได้ทำการ Rotated ชุดข้อมูล Internal Credentials ใหม่ทั้งหมดที่อาจได้รับผลกระทบ, เพิกถอน Tokens ที่หลุดออกไป, และได้นำมาตรการต่าง ๆ มาใช้เพิ่มเติม เช่น การตรวจจับภัยคุกคาม, การตรวจสอบกิจกรรมในระบบ, และการเสริมความปลอดภัยให้กับระบบ (System hardening)
มาตรการเหล่านี้ครอบคลุมไปถึงการนำระบบควบคุมความปลอดภัยในระดับ Production มาใช้กับ Test environments, การปรับปรุงการจัดการข้อมูล Credential ในกระบวนการ Build-process, และการมอบหมายให้หน่วยงานอิสระ (Independent audit) เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานในวงกว้างของบริษัท
Surfshark สัญญาว่าจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป หากการสืบสวนที่กำลังดำเนินอยู่พบข้อเท็จจริงสำคัญเพิ่มเติม
จากข้อมูลที่เผยแพร่ออกมา ผู้ใช้งาน Surfshark ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ เพื่อปกป้องบัญชีของตน อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังคงแนะนำให้ผู้ใช้เฝ้าระวังกิจกรรมที่น่าสงสัย หรือการติดต่อสื่อสารที่ไม่พึงประสงค์
ที่มา : bleepingcomputer.com

You must be logged in to post a comment.