Microsoft ออกแพตช์อัปเดตประจำเดือนสิงหาคม 2026 แก้ไขช่องโหว่ 400 รายการ โดยเป็นช่องโหว่ Zero-Days 3 รายการ

Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนสิงหาคม 2026 โดยแก้ไขช่องโหว่ 400 รายการ ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 1 รายการ และช่องโหว่ Zero-Days ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะแล้ว 2 รายการ

โดย Patch Tuesday ประจำเดือนสิงหาคม 2026 มีการแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 42 รายการ ซึ่งเป็นช่องโหว่ Privilege Escalation 5 รายการ และช่องโหว่ Remote Code Execution 37 รายการ

ช่องโหว่ในแต่ละประเภทมีดังต่อไปนี้ :

  • ช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation) 176 รายการ
  • ช่องโหว่การ Bypass คุณสมบัติด้านความปลอดภัย (Security Feature Bypass) 11 รายการ
  • ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution) 110 รายการ
  • ช่องโหว่ในการเปิดเผยข้อมูล (Information Disclosure) 86 รายการ
  • ช่องโหว่ที่ทำให้เกิด DoS (Denial of Service) 12 รายการ
  • ช่องโหว่ของการปลอมแปลง (Spoofing) 21 รายการ

Microsoft ได้แจ้งว่าจะมีการอัปเดตความปลอดภัยใน Patch Tuesday เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทได้เริ่มใช้ AI-powered vulnerability discovery system เพื่อระบุช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมในผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของบริษัท

ช่องโหว่ Zero-Days 3 รายการ ที่ถูกแก้ไข

Patch Tuesday ประจำเดือนสิงหาคม 2026 มีการแก้ไขช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 1 รายการ และช่องโหว่ Zero-days 2 รายการ ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะ

โดย Microsoft จัดประเภทช่องโหว่ Zero-Days ว่า เป็นช่องโหว่ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะ หรือถูกใช้โจมตีอยู่ในขณะที่ยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นทางการ

ช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี

CVE-2026-68820 - Windows Ancillary Function Driver for WinSock Elevation of Privilege Vulnerability

Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่ใน Windows Ancillary Function Driver สำหรับ WinSock ซึ่งทำให้ได้สิทธิ์ระดับ SYSTEM ผ่านช่องโหว่ Use after free ใน Windows Ancillary Function Driver for WinSock

Hacker ที่ผ่านการยืนยันตัวตนภายในระบบ สามารถรันแอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำให้เกิด Race condition และได้รับสิทธิ์ระดับ SYSTEM โดยไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์จากผู้ใช้

Microsoft ระบุว่า Moshe Marelus และ David Driker จาก Check Point เป็นผู้ค้นพบช่องโหว่ดังกล่าว

โดยทาง Check Point ได้รายงานว่า ช่องโหว่ดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม Hacker เกาหลีเหนือซึ่งรู้จักกันในชื่อ Lazarus เพื่อติดตั้งมัลแวร์

"ในระหว่างการโจมตี Hacker ได้ใช้ช่องโหว่ CVE-2026-68820 ซึ่งเป็นช่องโหว่ Zero-day ในไดรเวอร์ Microsoft AFD.sys เพื่อติดตั้ง FudModule เวอร์ชันใหม่ ซึ่งเป็น Kernel-mode Rootkit ของกลุ่ม Lazarus" โดย Check Point ระบุว่า Microsoft ยังไม่ได้แชร์รายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับวิธีการที่ช่องโหว่นี้ถูกใช้ในการโจมตี

ช่องโหว่ Zero-Days ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

CVE-2026-62832 - Windows User Profile Service Elevation of Privilege Vulnerability

Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์ใน Windows User Profile Service ที่ให้สิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบ

โดยเกิดจากช่องโหว่การแก้ไขลิงก์ที่ไม่ถูกต้องก่อนการเข้าถึงไฟล์ ('link following') ใน Windows User Profile Service ที่ทำให้ Hacker สามารถยกระดับสิทธิ์ได้ในระดับ Local

"Hacker ที่ผ่านการยืนยันตัวตน ซึ่งมีข้อมูล credentials สำหรับ local account อื่น สามารถเรียกใช้แอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อโหลด registry hive ของอีกผู้ใช้หนึ่ง การโจมตีที่ประสบความสำเร็จอาจทำให้ Hacker สามารถเข้าถึง หรือแก้ไขข้อมูลของอีกผู้ใช้หนึ่ง และได้รับสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ โดยไม่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบจากผู้ใช้"

แม้ว่า Microsoft จะระบุว่า ช่องโหว่นี้มาจากนักวิจัยนิรนาม แต่รายละเอียดตรงกับช่องโหว่แบบ Zero-day ที่เรียกว่า "LegacyHive" ซึ่งถูกเปิดเผยโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยชื่อ Nightmare Eclipse ก่อนหน้านี้

CVE-2026-72971 - Windows Container Isolation FS Filter Driver (unionfs.sys) Tampering Vulnerability

Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์ใน Windows User Profile Service ที่ให้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ

โดยเกิดจากช่องโหว่การแก้ไขลิงก์ที่ไม่ถูกต้องก่อนการเข้าถึงไฟล์ ('link following') ใน Windows Container Isolation FS Filter Driver (unionfs.sys) ที่ทำให้ Hacker ทำการแก้ไขดัดแปลงไฟล์ในเครื่องได้

"Hacker ที่ผ่านการยืนยันตัวตน ซึ่งมีข้อมูล credentials สำหรับ local account อื่น สามารถเรียกใช้แอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อโหลด registry hive ของอีกผู้ใช้หนึ่งได้ การโจมตีที่สำเร็จอาจทำให้ Hacker สามารถเข้าถึง หรือแก้ไขข้อมูลของอีกผู้ใช้หนึ่ง และได้รับสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ โดยไม่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบจากผู้ใช้"

ไมโครซอฟต์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับแหล่งที่มาของช่องโหว่นี้ แต่ระบุว่าการค้นพบนี้มาจาก yhw และ txz

การอัปเดตด้านความปลอดภัยจากบริษัทอื่น ๆ

นอกจาก Microsoft ได้ออกแพตช์อัปเดตประจำเดือนสิงหาคม 2026  แล้ว ยังมีบริษัทอื่น ๆ ที่ออกแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยเช่นกัน ได้แก่ :

Adobe ออกแพตช์อัปเดตความปลอดภัยสำหรับช่องโหว่ใน Coldfusion, Commerce, Lightroom Classic, Content Credentials SDK และ Campaign Classic

Cisco ออกแพตช์อัปเดตความปลอดภัยสำหรับผลิตภัณฑ์จำนวนมาก รวมถึง Cisco Catalyst SD-WAN, IOS, IOS XE และช่องโหว่ ClamAV ที่มีการโจมตีแบบเปิดเผยต่อสาธารณะ

Metabase ออกแพตช์อัปเดตความปลอดภัยสำหรับช่องโหว่ SQLi ที่สำคัญซึ่งถูกนำไปใช้ในการโจมตีขโมยข้อมูล

N-able ออกแพตช์อัปเดตความปลอดภัยสำหรับช่องโหว่การข้ามการตรวจสอบสิทธิ์ที่ถูกใช้ประโยชน์อยู่ (CVE-2026-18577) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเซิร์ฟเวอร์ N-central ทั้งแบบโฮสต์และแบบติดตั้งในองค์กร

SAP ออกแพตช์อัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนสิงหาคมสำหรับผลิตภัณฑ์หลายรายการ รวมถึงช่องโหว่ improper authorization ระดับความรุนแรง 10.0 ใน SAP Commerce Cloud (Data Hub Adapter)

TP-Link ออกแพตช์อัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ 15 รายการใน zero-touch provisioning (ZTP) ของอุปกรณ์เครือข่าย Omada ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกล (RCE)

VMware ออกแพตช์อัปเดตความปลอดภัยสำหรับ VMware Avi Load Balancer ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ Bypass การ authentication และการเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล

 

ที่มา : bleepingcomputer.com