Microsoft ยืนยันปัญหา UAC ทำให้ติดตั้งแอปบน Windows 11 และ 10 ไม่ได้

Microsoft ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการว่ามีช่องโหว่สำคัญในอัปเดตความปลอดภัยล่าสุดของ Windows ซึ่งเป็นสาเหตุของความล้มเหลวในการติดตั้ง และซ่อมแซมแอปพลิเคชันใน Windows 10, Windows 11 และ Windows Server หลายเวอร์ชัน

ปัญหานี้เกิดมาจากการปรับปรุงด้านความปลอดภัยในอัปเดตประจำเดือนสิงหาคม 2025 ที่ทำให้ระบบแสดงข้อความแจ้งเตือน User Account Control (UAC) ผิดพลาด สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่มีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ เมื่อพยายามเรียกใช้งานของแอปพลิเคชันตามปกติ

ปัญหานี้ถูกเพิ่มเข้ามาพร้อมกับอัปเดตความปลอดภัย KB5063878 ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2025 และยังคงมีอยู่ในอัปเดตครั้งต่อ ๆ มา

การอัปเดตนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์ที่มีระดับความรุนแรงสูงใน Windows Installer ซึ่งมีหมายเลข CVE-2025-50173

แม้ว่าการแก้ไขจะสามารถจัดการกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยได้สำเร็จ แต่ก็มีผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด คือมีการบังคับใช้สิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบสำหรับการซ่อมแซม Windows Installer (MSI) และฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ทำงานได้อย่างปกติสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ส่งผลให้ผู้ใช้ที่ไม่มีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบต้องพบกับข้อความแจ้งเตือน UAC

หากผู้ใช้ไม่สามารถกรอกข้อมูล credentials ของผู้ดูแลได้ ซึ่งมักเกิดขึ้นในระบบขององค์กร และสถานศึกษา จะเกิด operation fails พร้อมกับข้อความ “Error 1730” ที่ระบุว่าผู้ใช้งานไม่มีสิทธิ์เข้าถึงที่จำเป็น

ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อหลายสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ได้แก่:

  • การเรียกใช้คำสั่ง MSI repair เช่น msiexec /fu
  • การเปิดใช้งานแอปพลิเคชันที่มีการ self-repair หรือการกำหนดค่าผู้ใช้ครั้งแรก เช่น ผลิตภัณฑ์ของ Autodesk อย่าง AutoCAD, Civil 3D และ Inventor CAM
  • การติดตั้งแอปพลิเคชันที่ต้องกำหนดค่าในระดับผู้ใช้ (per-user basis)
  • การติดตั้งแพ็คเกจซอฟต์แวร์ผ่าน Microsoft Configuration Manager (ConfigMgr)

ปัญหานี้สร้างความยุ่งยากโดยเฉพาะกับองค์กรที่พึ่งพาอุปกรณ์แบบ multi-user เช่น ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย และเครื่องที่ใช้งานร่วมกันภายในองค์กร

ผู้ดูแลระบบไอทีรายงานว่าแอปพลิเคชันที่ใช้ “secondary” MSI installer สำหรับการตั้งค่าในระดับผู้ใช้มักได้รับผลกระทบ

ผู้ดูแลระบบของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งระบุว่า “มีหลายแอปพลิเคชันที่ทำงานในลักษณะนี้ ไม่ใช่แค่แอปพลิเคชันของ Autodesk เท่านั้น ซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่ใช้ secondary MSI installer ก็ทำงานลักษณะนี้เช่นกัน”

การลดผลกระทบ

Microsoft ได้บันทึกปัญหานี้ไว้อย่างเป็นทางการ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาชั่วคราวในขณะที่กำลังพัฒนาวิธีแก้ไขปัญหาถาวร

สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่สามารถทำได้ วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นคือการคลิกขวาที่แอปพลิเคชัน และเลือก “Run as administrator”

สำหรับสภาพแวดล้อมที่มีการจัดการโดยฝ่ายไอที Microsoft ได้จัดทำ Known Issue Rollback (KIR) เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถ Rollback การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิด UAC prompt ได้ โดยใช้การปรับแต่งผ่าน Group Policy พิเศษ

อย่างไรก็ตาม การขอใช้งาน KIR นี้จำเป็นต้องติดต่อ Microsoft Support for Business โดยตรง Microsoft เน้นย้ำว่าไม่ควรใช้วิธีแก้ไขอื่น ๆ เช่น การปิดการทำงานของฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง

บริษัทระบุว่า กำลังพัฒนาวิธีแก้ปัญหาระยะยาวที่จะเผยแพร่ในการอัปเดต Windows ในอนาคต

การแก้ไขดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดได้ว่าแอปพลิเคชันใดที่สามารถใช้งาน MSI repair ได้โดยไม่ต้องเรียกใช้ UAC prompt

ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์มจำนวนมาก รวมถึงหลายเวอร์ชันของ Windows 10 และ 11 ตลอดจน Windows Server ตั้งแต่เวอร์ชัน 2012 จนถึง 2025

Windows และ Windows Server เวอร์ชันต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจาก Bug ของ User Account Control (UAC):

ที่มา : cybersecuritynews