CCleanup: A Vast Number of Machines at Risk

นักวิจัยด้านปลอดภัยจาก Cisco Talos เตือนผู้ใช้ที่ดาวน์โหลดโปรแกรม CCleaner เวอร์ชั่น 5.33 โปรแกรมกำจัดขยะในคอมพิวเตอร์ยอดฮิตในวันที่ระหว่าง 15 สิงหาคม - 12 กันยายน เนื่องจากพบว่าโปรแกรมดังกล่าวได้ถูกฝัง Floxif มัลแวร์ไว้ โดยมัลแวร์ดังกล่าวจะทำหน้าที่เก็บข้อมูลของเครื่องเหยื่อและส่งไปยัง C&C Server

สำหรับตอนนี้ CCleaner ได้ออกเวอร์ชั่นใหม่ 5.34 แล้ว โดยแนะนำให้ทำการ Restore ระบบกลับไปยังวันก่อนหน้าที่ติดตั้งโปรแกรม

แนะนำให้ทำการ Restore ระบบกลับไปยังวันก่อนหน้าที่ติดตั้งโปรแกรม

ที่มา : TALOS

Optionsbleed – HTTP OPTIONS method can leak Apache’s server memory

แจ้งเตือนช่องโหว่ OPTIONSBLEED บน Apache2 ข้อมูลในหน่วยความจำรั่วไหลได้
นักวิจัยด้านความปลอดภัย Hanno Böck ได้ออกมาประกาศการค้นพบช่องโหว่ใหม่บน Apache ที่รหัส CVE-2017-9798 ซึ่งอาจส่งผลให้ข้อมูลที่อยู่บนหน่วยความจำรั่วไหลออกมาได้เพียงแค่ส่ง HTTP request โดยใช้เมธอด OPTIONS

เมธอด OPTIONS บนโปรโตคอล HTTP เป็นเมธอดที่ทำให้ผู้ร้องขอข้อมูลโดยใช้เมธอดดังกล่าวเห็นได้ว่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ให้บริการการเข้าถึงข้อมูลด้วยเมธอดใดบ้าง โดยเมื่อเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้รับการร้องขอข้อมูลด้วยเมธอด OPTIONS เว็บเซิร์ฟเวอร์จะทำการตอบกลับด้วยข้อความ Allow เพื่อด้วยชื่อเมธอดที่สามารถใช้งานได้ เช่น Allow: GET, POST, OPTIONS

ที่มาของช่องโหว่ดังกล่าวมาจากการที่ Apache มีการตั้งค่า (directive) ชื่อว่า "Limit" ที่สามารถใช้จำกัดการใช้งานเมธอดในรายผู้ใช้งานได้ ช่องโหว่เกิดขึ้นเมื่อการตั้งค่าชื่อเมธอดของ Limit ในไฟล์ .htaccess นั้นไม่ได้เป็นเมธอดที่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดช่องโหว่ use-after-free เมื่อเว็บเซิร์ฟเวอร์พยายามส่งข้อความ Allow กลับซึ่งทำให้ข้อมูลในหน่อยความจำรั่วไหลได้

ในด้านของความเสียหายนั้น OPTIONSBLEED สร้างความเสียหายน้อยมากเมื่อเทียบกับ Heartbleed เนื่องจากข้อมูลที่รั่วไหลออกมาจากหน่อยความจำนั้นมีน้อยกว่า และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเว็บเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงค่าใดๆ เมื่อติดตั้ง จะส่งผลหากเว็บเซิร์ฟเวอร์มีการตั้งค่าที่ผิดเท่านั้น

แนะนำให้ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบทำการอัพเดตรุ่นของ Apache ให้เป็นรุ่นล่าสุด หรือทำการใช้แพตช์เฉพาะซึ่งสามารถดาวโหลดได้จากแหล่งที่มา

ที่มา : The Fuzzing Project

Exploit Available for Critical Apache Struts Vulnerability

นักวิจัยจากทีม lgtm นำโดย Man Yue Mo ค้นพบช่องโหว่ CVE-2017-9805 ที่มีผลกระทบต่อ Struts ตั้งแต่รุ่น 2.5 ขึ้นมาทั้งหมด

CVE-2017-9805 เป็นช่องโหว่มาจาก REST API plugin ที่เป็นช่องทางในการสื่อสารของ Struts servers และยังใช้งานบัคของโปรแกรมที่อนุญาตให้ส่งข้อมูลจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือได้ โดยเรียกกระบวนการนี้ว่า
unsafe deserialization ทั้งหมดนี้สามารถทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีรันโค้ดจากระยะไกลได้

โดยตอนนี้ทาง Apache ได้ปล่อย Struts 2.5.13 แก้ไขช่องโหว่นี้แล้ว

ที่มา : SECURITYWEEK

Massive Email Campaign Sends Locky Ransomware to Over 23 Million Users

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก 2 บริษัท พบแคมปญการส่งอีเมล์ที่มีการแพร่กระจาย Locky ransomware ถึง 2 ครั้ง
แคมเปญแรกพบโดยนักวิจัยจาก AppRiver มีการส่งเมล์ 23 ฉบับภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ในสหรัฐอเมริกา โดยอีเมล์ที่ส่งออกมานั้นจะมีข้อความที่คลุมเคลือเพื่อหลอกให้ผู้ใช้คลิก เช่น “กรุณาสั่งพิมพ์”, “เอกสาร”, “รูป”, “ภาพ”, “สแกน” และอีเมล์จะมาพร้อมกับไฟล์ ZIP ที่มี Visual Basic Script (VBS) เมื่อเหยื่อคลิกเปิดไฟล์ ก็จะเริ่มดาวน์โหลด Locky ransomware ตัวล่าสุดที่ชื่อ Lukitus (หมายถึง "ล็อก" เป็นภาษาฟินแลนด์) แล้วเข้ารหัสไฟล์ทั้งหมดในเครื่องของเหยื่อ และใส่สกุลไฟล์ว่า [.]lukitus จากนั้นจะแสดงข้อความบน desktop และให้เหยื่อดาวน์โหลดและติดตั้งชื่อ Tor บน browser เพื่อเข้าเว็บไซต์ของผู้โจมตีสำหรับจ่ายเงินเป็นจำนวน 0.5 Bitcoin (~$2,300)

แคมเปญฉบับที่ 2 ในเดือนสิงหาคม พบโดยบริษัท Comodo Labs เป็นการส่งผ่านอีเมลจำนวนมากกว่า 62,000 ฉบับ ที่มีการฝัง Locky ransomware สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า KARUSdilapidated โดยใช้ที่อยู่ไอพีที่ต่างกันถึง 11,625 IP ใน 133 ประเทศ ลักษณะคล้ายโดนโจมตีผ่านเครื่องซอมบี้หรือบอทเน็ตในการช่วยกระจายเมล์ ซึ่งหากต้องการไฟล์คืนก็จะต้องจ่ายเงิน อยู่ระหว่าง 0.5 Bitcoin (~$2,311) และ 1 Bitcoin (~$4,623)

ที่มา : The Hacker News

Three Hardcoded Backdoor Accounts Discovered in Arris Modems

นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบช่องโหว่ 5 จุดบนเฟิร์มแวร์ที่กำลังใช้งานอยู่บนโมเด็ม Arris ซึ่งถูกแจกโดย AT&T โดย 3 ใน 5 ช่องโหว่ดังกล่าวเป็นบัญชีการเข้าใช้งานผ่านช่องทางลับซึ่งฝังอยู่ในอุปกรณ์ ผู้โจมตีสามารถใช้บัญชีใดก็ได้ก็ไดในสามบัญชีนี้เพื่อเข้าควบคุมเครื่องของเหยื่อ รายละเอียดช่องโหว่ทั้ง 5 มีดังนี้

Backdoor 1: โดยปกติ modem จะเปิดใช้งาน SSH ไว้เป็นค่า default และสามารถเข้าถึงได้จากภายนอก นั่นหมายความว่าผู้โจมตีสามารถใช้ ชื่อผู้ใช้งาน "remotessh" และรหัสผ่าน "5SaP9I26" ซึ่งเป็นค่า default ในการเข้ามา authen เครื่องด้วยสิทธิ์ root นั่นหมายความว่าสามารถจะทำอะไรกับเครื่องนั้นก็ได้

Backdoor 2: Arris จะมี built-in web server ที่ทำงานอยู่ใน internal admin panel ซึ่งผู้โจมตีสามารถผ่านการระบุตัวตนผ่าน port 49955 ด้วยชื่อ “tech” และรหัสผ่านแบบเปล่า

ช่องโหว่ Command injection: เกี่ยวข้องกับ built-in web server ตัวเดิม ซึ่งมีช่องโหว่ให้ผู้โจมตีทำการสั่ง run shell command บน web server ได้

Backdoor 3: ผู้โจมตีสามารถใช้ชื่อผู้ใช้งาน "bdctest" และรหัสผ่าน "bdctest" เพื่อเข้าสู่ระบบผ่าน port 61001 โดยจะต้องรู้ serial number ของตัวเครื่องเพื่อเข้าสู่ระบบทางช่องทางนี้ด้วย

Firewall bypass: ผู้โจมตีสามารถสร้าง HTTP request ที่ถูกปรับแต่งขึ้นมาโดยส่งผ่าน port 49152 ทำให้ผู้โจมตีสามารถ bypass internal firewall ของตัวอุปกรณ์และเปิดการเชื่อมต่อ TCP proxy กับตัวเครื่องซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีใช้งานช่องโหว่ที่เหลืออีก 4 จุดได้ ถึงแม้ว่าผู้ใช้งานจะทำการเปิด on-device firewall แล้วก็ตาม

ในขณะนี้ยังตรวจไม่พบการโจมตีผ่านทางช่องโหว่ทั้ง 5 ช่องโหว่ดังกล่าว แต่ก็ควรเพิ่มการระมัดระวังหากมีการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้อยู่

ที่มา : BLEEPINCOMPUTER

Data of Two Million Users Stolen in CeX Security Breach

Cex, หนึ่งใน Website ตัวกลางรายใหญ่ที่ทำหน้าเป็นตัวกลางในการซื้อขายอุปกรณ์ IT เช่น ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์, เกมส์, ภาพยนต์, อัลบั้มเพลงเก่าและอื่นๆ ได้ออกมาให้ข่าวว่าถูก Hacker เจาะระบบและขโมยข้อมูล

ทางบริษัทกำลังติดต่อลูกค้าทุกคนที่คาดว่าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ทาง Cex ได้มีการกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของข้อมูลที่หลุดไปว่า ข้อมูลที่ Hacker ได้ไปนั้นรวมไปถึงข้อมูลเช่น ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์และอีเมล ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่ในฐานข้อมูลจำนวนกว่า 2,000,000 รายการ อย่างไรก็ตาม Cex ได้หยุดเก็บรายละเอียดของบัตร credit และ debit ตั้งแต่ปี 2009 ทำให้ข้อมูลที่ Hacker สามารถขโมยไปได้ในตอนนั้นหมดอายุแล้วในเวลานี้และไม่สามารถใช้งานได้อีก

หากใครได้รับอีเมลจาก Cex แนะนำให้ปฏิบัติตามโดยการแก้ไขข้อมูลรหัสผ่านให้เหมาะสม

ที่มา : BLEEPINCOMPUTER

New IoT Device Vulnerability “ConnManDo”

ConnMan คือ Network Manager ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาไว้ใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีการลง Operating System เอาไว้ในตัว ซึ่งถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุปกณ์ IoT ConnMan ถูกพบว่ามีช่องโหว่ร้ายแรงในฟังก์ชัน DNS-Proxy เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบคือ ConnMan 1.34 และรุ่นก่อนหน้า ช่องโหว่ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิด Buffer Overflow ซึ่งอาจทำให้เกิด DoS และ Remote Code Execution ช่องโหว่นี้สามารถถูกทำให้เกิดซ้ำๆได้ ตราบเท่าที่ผู้โจมตีสามารถนำไปพัฒนาต่อเพื่อใช้ในการโจมตีเป้าหมายที่ต้องการ
ข้อแนะนำ ให้อัพเดท ConnMan เป็นเวอร์ชัน 1.35 ขึ้นไป และไม่ควรเชื่อมต่อปุกรณ์ IoT กับ Network ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ เช่น Free Access Point

ที่มา : NRI-SECURE

New malware program infects ATMs, dispenses cash on command

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Proofpoint ค้นพบมัลแวร์บนตู้ ATM ตัวใหม่ที่ประเทศเม็กซิโก เรียกว่า “GreenDispenser” ที่ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถถอนเงินสดจากตู้ ATM ได้ตามต้องการ และเตือนให้ระวังมัลแวร์จะแพร่กระจายสู่ทั่วทุกมุมโลกในเร็วๆ นี้
GreenDispenser หลังจากที่มัลแวร์ถูกติดตั้ง หน้าจอเครื่อง ATM จะแสดงข้อความ “We regret his ATM is temporary out of service.

Hilton hotels in credit-card-stealing malware infection scare

Hilton เครือโรงแรมชั้นนำระดับโลก ได้ออกมาแถลงข่าวว่าถูกแฮกระบบ Sales ของโรงแรม และถูกขโมยข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าไป โดยมีการคาดการณ์ว่าการถูกโจมตีครั้งนี้มีต้นตอมาจากมัลแวร์ที่ถูกติดตั้งลงไปยังเครื่อง Point-of-Sale (POS) ของทางโรงแรมทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนของข้อมูลบัตรเครดิตที่ถูกขโมยออกไป แต่จากการตรวจสอบของทาง VISA พบว่า มัลแวร์นี้ฝังตัวอยู่นระบบของ Hilton ตั้งแต่วันที่ 21 เดือนเมษายน จนถึงวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของธุรกิจชื่อดังที่ถูกโจมตีในลักษณะนี้ โดยในปี 2014 ที่ผ่านมา ทั้ง Target, Home Dopot และ UPS ต่างก็เคยถูกโจมตีมาแล้วเช่นกัน

ที่มา : theregister

Researcher releases FireEye local file disclosure zero-day

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Kristian Erik Hermansen ค้นพบช่องโหว่ 0-day ในอุปกรณ์ Fireeye ช่องโหว่นี้อยู่บนสคริป PHP ซึ่งอนุญาตให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงไฟล์ต่างๆ บนเว็บเซิฟเวอร์ได้ (Local File Disclosure)

นักวิจัยด้านความปลอดภัยยังได้ค้นพบอีกด้วยว่า Web Server รันอยู่บนสิทธิ์ของ root ที่เป็นผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์สูงที่สุดบน Linux โค้ดที่ใช้สำหรับโจมตีช่องโหว่ 0-day ดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ exploit-db.