Samba Releases Security Updates

Samba Team ประกาศแพตช์ให้กับ 3 ช่องโหว่บน Samba วันนี้ โดยช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดอาจส่งผลให้เกิดการเขียนข้อมูลทับหน่วยความจำส่วนอื่นได้

แพตช์แรกปิดช่องโหว่ CVE-2017-12150 กระทบ Samba 3.0.25 ถึง 4.6.7 โดยเกิดขึ้นจากการไม่ signing การเชื่อมต่อเมื่อมีการรับส่งขอมูลแม้ว่าจะมีการบังคับให้ทำ signing ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้โจมตีทำการโจมตีแบบ MitM เพื่อดักข้อมูลได้

https://www.

Cisco Releases Security Updates

Cisco ออกแพตช์ช่องโหว่ให้ CVP, Cisco AsyncOS และ Cisco Small Business Managed Switches

Cisco ประกาศแพตช์ด้านความปลอดภัยให้กับสามผลิตภัณฑ์วันนี้ โดยแพตช์ด้านความปลอดภัยทั้งหมดปิดช่องโหว่ที่มีความร้ายแรงระดับสูง (High) ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถ DoS หรือยกระดับสิทธิ์กับซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ได้

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับแพตช์ได้แก่ Cisco Unified Customer Voice Portal Operations Console ปิดช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ CVE-2017-12214, Cisco Email Security Appliance ปิดช่องโหว่ DoS CVE-2017-12215 และ Cisco Small Business Managed Switches ปิดช่องโหว่ CVE-2017-6720

Affected Platform Cisco Unified Customer Voice Portal Operaitons Console, Cisco Email Security Appliance และ Cisco Small Business Managed Switches

Recommendation ดูรายละเอียดของแพตช์หรือดาวโหลดแพตช์เพิ่มเติมได้จากแหล่งที่มา

ที่มา : us-cert

Kali Linux 2017.2 Release

Kali Linux 2017.2 มาแล้ว

Offensive Security ได้ประกาศเวอร์ชันล่าสุดสำหรับ Kali Linux ประจำปี 2017 (2017.2) วันนี้ โดยสำหรับในเวอร์ชันนี้นั้นได้มีการเพิ่มเครื่องมือสำหรับทดสอบเจาะระบบมาอีก 17 รายการ พร้อม burpsuite, WPScan, nmap เวอร์ชันใหม่

ผู้ใช้งานที่ใช้งานในเวอร์ชัน 2017.1 อยู่สามารถอัพเกรดผ่าน apt ได้ทันที หรือสามารถดาวโหลดได้จากแหล่งที่มาด้านล่าง

ที่มา : kali

ระบบภายในของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ (S.E.C.) โดนแฮ็ก ข้อมูลอาจถูกเข้าถึงโดยผู้โจมตี

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ (U.S. Securities and Exchange Commision) ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่าทางองค์กรกำลังดำเนินการตรวจสอบกรณีที่มีการตรวจพบว่าระบบจัดการเอกสาร "EDGAR" ถูกแฮกและอาจมีการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ โดยในเบื้องต้นนั้นการแฮกครั้งนี้ถูกตรวจพบเมื่อปี 2016 และเพิ่งมีข้อสรุปออกมาเมื่อเดือนสิงหาคมเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้น จากแถลงการณ์ของ S.E.C. ผู้โจมตีไม่ได้มีการเข้าถึงส่วนบุคคลหรือสร้างความเสียหายให้กับระบบ แต่ก็มีโอกาสที่ผู้โจมตีอาจนำข้อมูลที่เข้าถึงบางส่วนได้จากการแฮกมาใช้เพื่อหาประโยชน์ในการลงทุนได้

S.E.C. ยังไม่มีการระบุรายละเอียดใดๆ ที่ชัดเจนนอกเหนือจากนี้ รวมไปถึงปริมาณข้อมูลที่รั่วไหลและรายละเอียดของกลุ่มผู้โจมตี อย่างไรก็ตาม S.E.C. กล่าวว่าช่องโหว่ในระบบ EDGAR ซึ่งถูกโจมตีนั้นได้ถูกแพตช์เป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะดำเนินร่วมกับหน่วยงานอื่นเพื่อสอบสวนต่อไป

ที่มา : nytimes

IOS 11 UPDATE INCLUDES PATCHES FOR EIGHT VULNERABILITIES

iOS 11 มาแล้ว พร้อมแพตช์ด้านความปลอดภัยล่าสุด

แอปเปิลได้มีการประกาศ iOS 11 เมื่อวานนี้ตามเวลาในบ้านเรา โดยนอกจาก iOS 11 จะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านฟังก์ชันการทำงานและหน้าตาแล้ว iOS 11 ก็ยังมาพร้อมกับแพตช์ซึ่งจะช่วยปกป้องผู้ใช้งานจาก 15 ช่องโหว่อันตรายด้วยกัน

สำหรับช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดในรอบนี้นั้น อันดับหนึ่งเป็นของ 5 ช่องโหว่ใน Wi-Fi ของ iOS ที่ถูกค้นพบโดย Gal Beniamini จาก Google Project Zero ซึ่งสามารถทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้โดยเพียงแค่ส่งแพ็คเกตเพื่อโจมตีโมดูล Wi-Fi ที่มีช่องโหว่ โดยช่องโหว่นี้กระทบตั้งแต่ iPhone 5s จนถึงรุ่นปัจจุบัน, iPad Air จนถึงรุ่นปัจจุบัน, และ iPod touch 6th generation

นอกเหนือจากแพตช์สำหรับ iOS แล้ว แอปเปิลยังปล่อยแพตช์ให้กับ Safari 11, watchOS 4, tvOS 11 และ Xcode99 ด้วย แนะนำให้ผู้ใช้งานอัพเดตซอฟต์แวร์ที่ใช้งานเป็นเวอร์ชันปัจจุบันเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าวโดยด่วน

ที่มา : threatpost

Hackers Can Remotely Access Syringe Infusion Pumps to Deliver Fatal Overdoses

(ข่าวเก่า) พบช่องโหว่ในเครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือด (infusion pump) สามารถถูกโจมตีและควบคุมได้จากระยะไกล

นักวิจัยด้านความปลอดภัยอิสระ Scott Gayou ได้เปิดเผยการค้นพบ 8 ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในอุปกรณ์ควบคุมการให้สายละลายทางหลอดเลือดของ Medfusion รุ่น 4000 ผลิตโดย Smiths Medical ซึ่งช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดนั้นอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ได้ หมายถึงผู้โจมตีอาจควบคุมปริมาณยาหรือสารละลายที่ให้แก่ผู้ป่วยได้

หนึ่งใน 8 ช่องโหว่นั้นคือช่องโหว่ CVE-2017-12725 ซึ่งมีคะแนน CVSS ทั้งหมด 9.8 (เต็ม 10) โดยเกิดขึ้นหากผู้ใช้อุปกรณ์ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านที่ถูกตั้งมาเป็นค่าเริ่มต้น ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงอุปกรณ์แบบไร้สายได้ด้วยรหัสผ่านเริ่มต้นดังกล่าว นอกเหนือจากนั้นอุปกรณ์ยังมีช่องโหว่ buffer overlow (CVE-2017-12718) ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถโจมตีด้วยวิธีการ remote code execution ด้วย

ช่องโหว่ทั้งหมดส่งผลกระทบกับเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ในรุ่น 1.1, 1.5 และ 1.6 โดยทาง Smiths Medical มีการประกาศว่าเฟิร์มแวร์รุ่นใหม่ (1.6.1) ซึ่งแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยทั้งหมดแล้ว จะถูกปล่อยออกมาในเดือนมกราคม 2018 นี้

ที่มา : The Hacker News

VEVO Music Video Service Hacked – 3.12TB of Internal Data Leaked

OurMine เป็นกลุ่มแฮกเกอร์ Saudi Arabian ที่มีประวัติการแฮ็คบัญชี social มามากมายเช่น Facebook CEO Mark Zuckerberg, Google CEO Sundar Pichai, Twitter CEO Jack Dorsey, Game of Thrones, Sony's PlayStation Network (PSN), Netflix, the WWE, HBO, และ WikiLeaks

OurMine ทำการแฮ็ค Vevo Music Video Online ได้ข้อมูลภายในออกไปประมาณ 3.12 เทราไบต์ ซึ่งเป็นข้อมูลเอกสาร documents, videos, promotion และยังสามารถจัดการกับข้อมูลที่มีความ sensitive หลังจากได้เจาะเข้าสู่ Server Vevo ได้สำเร็จ จากนั้นกลุ่มแฮ็คเกอร์ได้ทำการโพสเอกสารต่างๆ ที่ได้มาลงบนเว็บไซต์ของตนเอง และก็ได้ทำการลบข้อมูลออกจากหน้าเว็บไซต์หลังจากมีการมีคำร้องขอจาก Vevo

ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าแฮ็กเกอร์เข้าถึงระบบ Vevo ได้นานเท่าใดและสามารถเข้าถึง server ได้อย่างไร รวมไปถึงข้อมูลอื่นๆ ที่แฮ็คเกอร์อาจจะได้ไป เช่น อีเมล เอกสารทางการเงินและรหัสผ่าน

ที่มา : The Hacker News

Massive Wave of MongoDB Ransom Attacks Makes 26,000 New Victims

การโจมตีเพื่อเรียกค่าไถ่กับฐานข้อมูล MongoDB ละลอกใหม่ โดยนักวิจัยเรียกการโจมตีนี้ว่า “MongoDB Apocalypse” โดยจะทำการสแกนในอินเตอร์เพื่อค้นหาฐานข้อมูล MongoDB ที่อนุญาตให้มีการเชื่อมต่อจากภายนอกได้ แล้วทำการลบข้อมูลและแทนที่ด้วยข้อความเรียกค่าไถ่ ณ ปัจจุบันมีฐานข้อมูลที่โดนโจมตีมากถึง 45,000 แห่ง และยังแพร่กระจายไปยังเทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ เช่น ElasticSearch, Hadoop, CouchDB, Cassandra และเซิร์ฟเวอร์ MySQL ปัจจุบันมีกลุ่มใหม่ 3 กลุ่มปรากฏในการโจมตีละลอกใหม่และทำให้เกิดผู้เสียหายรวมแล้วมากถึง 26,000 รายโดยมี Email address ดังนี้
1. cru3lty@safe-mail.

Serious Flaws Found in IBM InfoSphere Products

บริษัทด้านความปลอดภัย SEC Consult ได้ประกาศแจ้งเตือนการค้นพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยซึ่งส่งผลกระทบต่อ IBM InfoSphere DataStage และ IBM InfoSphere Information Server ซึ่งปัจจุบันได้รับการแพตช์โดยทาง IBM แล้ว
ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ถูกประกาศออกมานั้นมีทั้งหมด 5 ช่องโหว่ โดยมีช่องโหว่ที่มีความร้ายแรงสูงและสูงสุดซึ่งส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว้ดังกล่าวในการวางไฟล์ที่เป็นอันตรายเพื่อยกระดับสิทธิ์หรือข้ามผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวตนได้
รุ่นของซอฟต์แวร์ที่ได้รับผลกระทบคือ IBM InfoSphere Datastage รุ่น 11.5, IBM InfoSphere Information Server รุ่น 9.1, 11.3 และ 11.5 และ IBM InfoSphere Information Server on Cloud เวอร์ชัน 11.5 แนะนำให้ตรวจสอบและอัพเดตแพตช์ด้วยความปลอดภัยโดยด่วน

ที่มา : securityweek

VMWARE PATCHES BUG THAT ALLOWS GUEST TO EXECUTE CODE ON HOST

ผู้ใช้ที่ใช้งาน VMware ได้แก่ ESXi, vCenter Server, Fusion และ Workstation แนะนำให้ทำการอัพเดทเพื่อปรับปรุง และแก้ไขปัญหาช่องโหว่ต่างๆที่พบ
ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดคือช่องโหว่ Out-of-bounds ที่เกิดจากการเขียนข้อมูล ส่งผลกระทบกับ ESXi, desktop hypervisors Workstation และ Fusion ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากปัญหาที่มีอยู่ในอุปกรณ์ SVGA เพื่อรันโค้ดบนเครื่องโฮสต์ได้ ช่องโหว่ CVE-2017-4924 นี้ถูกค้นพบโดยนักวิจัย Nico Golde และ Ralf-Philipp Weinmann จาก Comsecuris UG ซึ่งกระทบต่อเวอร์ชัน 6.5 ของ ESXi และไม่ส่งผลต่อเวอร์ชัน 6.0 และ 5.5 นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อเวอร์ชัน 12.x ของ Workstation และเวอร์ชัน 8.x ของ Fusion และถูกจัดเป็นช่องโหว่ระดับรุนแรง(Critical) เนื่องจากผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่ในการสั่งรันโค้ด และทำให้เครื่องเกิดการ Crash ได้
ช่องโหว่ระดับความรุนแรงปานกลางมีผลกระทบต่อเวอร์ชัน 6.5, 6.0 และ 5.5 ของ ESXi, เวอร์ชัน 12.x ของ Workstation และ 8.x ของ Fusion ซึ่งควรถูกแพทช์เพื่อปิดช่องโหว่ เนื่องจากยังไม่มีวิธีใดที่สามารถหลีกเลี่ยงช่องโหว่ดังกล่าวได้ และช่องโหว่สุดท้ายที่ VMware เตือนเมื่อวันศุกร์มีผลต่อ vCenter Server ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ใช้ในการจัดการ vSphere ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์ของผู้ใช้เป็น VC สามารถรัน JavaScript ที่เป็นอันตรายและใช้ช่องโหว่ cross-site scripting ใน HTML5. ช่องโหว่นี้มีผลกระทบต่อ vCenter Server เวอร์ชั่น 6.5 ที่เป็น Windows เท่านั้น โดยผู้ใช้ควรอัพเดตเป็นเวอร์ชัน 6.5 U1

ที่มา : threatpost