Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ 12 รายการใน SD-WAN และ IOS XE รวมถึงช่องโหว่ที่มีคะแนน CVSS 9.9 จำนวน 3 รายการ

 

Cisco ได้ปล่อยอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับ Critical หลายรายการที่ส่งผลกระทบต่อ Catalyst SD-WAN และ IOS XE Software ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบด้านความปลอดภัยภายในองค์กร

ช่องโหว่เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อ Cisco Catalyst SD-WAN Software โดยไม่สนใจการตั้งค่าของอุปกรณ์ และส่งผลกระทบต่อ Cisco IOS XE Software เมื่อทำงานในโหมด autonomous หรือ controller

Cisco ระบุว่า "ช่องโหว่เหล่านี้ถูกพบระหว่างการทดสอบด้านความปลอดภัยภายในองค์กร โดยใช้ทั้งกระบวนการทดสอบที่มีอยู่เดิม และ frontier AI models ทั้งนี้ยังไม่พบข้อมูลว่าช่องโหว่ถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง"

บริษัทแนะนำให้ลูกค้าติดตั้งอัปเดตที่จำเป็นเพื่อการป้องกันที่ดีที่สุด

ช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่อ Catalyst SD-WAN Software มีดังต่อไปนี้ :

  • CVE-2026-20303 (CVSS 9.9) ช่องโหว่ประเภท Improper Input Validation ซึ่งครอบคลุมถึง Path traversal ด้วย
  • CVE-2026-20304 (CVSS 9.9) ช่องโหว่ประเภท Improper Access Control
  • CVE-2026-20310 (CVSS 9.9) ช่องโหว่ประเภท Improper Link Resolution Before File Access
  • CVE-2026-20312 (CVSS 8.8) ช่องโหว่ประเภท Cleartext Storage of Sensitive Information
  • CVE-2026-20313 (CVSS 7.7) ช่องโหว่ประเภท Improper Validation of Specified Quantity in Input

ช่องโหว่เหล่านี้ได้รับการแก้ไขแล้วใน Cisco Catalyst SD-WAN Software เวอร์ชันดังต่อไปนี้ :

  • 20.9 (แก้ไขแล้วใน 20.9.10)
  • 20.10 (แก้ไขแล้วใน 20.12.8.1)
  • 20.111 (แก้ไขแล้วใน 20.12.8.1)
  • 20.12 (แก้ไขแล้วใน 20.12.8.1)
  • 20.131 (แก้ไขแล้วใน 20.15.6)
  • 20.141 (แก้ไขแล้วใน 20.15.6)
  • 20.15 (แก้ไขแล้วใน 20.15.6)
  • 20.161 (แก้ไขแล้วใน 20.18.4)
  • 20.18 (แก้ไขแล้วใน 20.18.4)
  • 26.1 (แก้ไขแล้วใน 26.1.2)
  • เวอร์ชันก่อนหน้า 20.9 (ให้ย้ายระบบไปยังเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขแล้ว)

ช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่อ IOS XE Software เกี่ยวข้องกับ Improper Access Control, Command injection และ Improper Input Validation ดังต่อไปนี้ :

  • CVE-2026-20267 (CVSS 9.0) ช่องโหว่ประเภท Improper Access Control
  • CVE-2026-20268 (CVSS 8.6) ช่องโหว่ประเภท Buffer overflow และ Out-of-bounds write หลายรายการ
  • CVE-2026-20269 (CVSS 8.6) ช่องโหว่ประเภท Improper Control of a Resource Through its Lifetime
  • CVE-2026-20270 (CVSS 8.6) ช่องโหว่ประเภท Incorrect Calculation ซึ่งครอบคลุมถึงข้อผิดพลาดในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ หรือการแปลงค่าตัวเลข รวมถึง Integer overflow, underflow และ truncation
  • CVE-2026-20271 (CVSS 8.6) ช่องโหว่ประเภท Insufficient Control Flow Management ซึ่งครอบคลุมถึง Infinite loop, Uncontrolled recursion และ Race condition
  • CVE-2026-20272 (CVSS 9.8) ช่องโหว่ประเภท Improper Neutralization of Special Elements ซึ่งครอบคลุมถึง Command injection, OS command injection และ Argument injection
  • CVE-2026-20273 (CVSS 8.6) ช่องโหว่ประเภท Improper Input Validation ซึ่งครอบคลุมถึง Path traversal ด้วย

ช่องโหว่ทั้ง 7 รายการนี้ได้รับการแก้ไขแล้วใน Cisco IOS XE Software เวอร์ชันดังต่อไปนี้ :

  • 17.9 (แก้ไขแล้วใน 17.9.10)
  • 17.12 (แก้ไขแล้วใน 17.12.8)
  • 17.15 (แก้ไขแล้วใน 17.15.6)
  • 17.18 (แก้ไขแล้วใน 17.18.4 และ 17.18.4a)
  • 26.1 (แก้ไขแล้วใน 26.1.2)

นอกจากนี้ Cisco ยังได้ปล่อยแพตช์แก้ไขช่องโหว่ความรุนแรงระดับสูงในส่วน Web-based Management Interface ของ Integrated Management Controller (IMC) หมายเลข CVE-2026-20200 ซึ่งทางบริษัทยอมรับว่ามี Proof-of-Concept (PoC) Exploit เผยแพร่ออกมาแล้ว

  • CVE-2026-20200 (CVSS 8.8) ช่องโหว่จากการตรวจสอบข้อมูลที่ผู้ใช้กรอกเข้ามาอย่างไม่เหมาะสม (Improper Validation of User-Supplied Input) ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว และมีสิทธิ์ระดับต่ำ สามารถเรียกใช้คำสั่งได้ตามที่ต้องการบนระบบปฏิบัติการเบื้องหลังของระบบที่ได้รับผลกระทบ และยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็นสิทธิ์ระดับ Root ได้
  • CVE-2026-20288 (CVSS 6.5) ช่องโหว่จากการตรวจสอบข้อมูลที่ผู้ใช้กรอกเข้ามาอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว และมีสิทธิ์ระดับ Admin สามารถเรียกใช้คำสั่งได้ตามที่ต้องการบนระบบปฏิบัติการเบื้องหลังของระบบที่ได้รับผลกระทบ และยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็นสิทธิ์ระดับ Root ได้

Christoph Peil นักวิจัยด้านความปลอดภัยเป็นผู้ค้นพบ และรายงานช่องโหว่ CVE-2026-20200 โดยระบุว่า "ควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าการที่ IMC ถูกโจมตีนั้นหมายความว่าอย่างไร ตัวคอนโทรลเลอร์อยู่ในตำแหน่งที่สามารถส่งผลต่อ BIOS และ SecureBoot รวมถึงสามารถโต้ตอบกับระบบปฏิบัติการที่ทำงานอยู่เหนือขึ้นไปได้"

"ผู้โจมตีที่ได้สิทธิ์ระดับ Root ในจุดนี้ จะสามารถแฝงตัวอยู่ในระบบได้ และต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งอยู่ลึกลงไปเกินกว่าที่มาตรการป้องกันแบบดั้งเดิมอย่างโซลูชัน EDR ในระดับระบบปฏิบัติการจะสามารถมองเห็นได้ ส่งผลให้รากฐานความน่าเชื่อถือของฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดถูกแทรกแซงเข้าควบคุมไปในที่สุด"

การเปิดเผยครั้งนี้เกิดขึ้นห่างจากไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ หลังจากที่บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายรายนี้ได้ออกมาแจ้งเตือนถึงช่องโหว่ CVE-2026-20316 (CVSS 5.3) ที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตี ซึ่งเป็นช่องโหว่ใน Cisco Secure Firewall Management Center (FMC) Software ที่อาจทำให้บัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ระดับต่ำสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญภายในระบบที่ได้รับผลกระทบได้

ที่มา : Thehackernews