สถิติการโจมตีด้วย DDoS ขนาดเกิน 1 Tbps พุ่งสูงขึ้น 5 เท่าในไตรมาสที่สอง

Cloudflare ระบุว่า บริษัทได้ทำการรับมือ และยับยั้งการโจมตีแบบ Distributed Denial-of-Service (DDoS) ในระดับเครือข่าย (Network-layer) ที่มีขนาดเกิน 1 Tbps และมีจำนวนมากกว่า 800 ครั้งในไตรมาสที่สองของปี

เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่บริษัทได้บันทึกการโจมตีขนาดเกิน 1 Tbps ไว้เพียง 130 ครั้ง ตัวเลขล่าสุดนี้แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า

Cloudflare เป็นบริษัทชั้นนำด้านโครงสร้างพื้นฐานเว็บไซต์ และความปลอดภัย ซึ่งให้บริการ CDN, DNS, Reverse-proxy และบริการป้องกันการโจมตีแบบ DDoS ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก โดยทำหน้าที่ปกป้องเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตอยู่ราวๆ 20%

บริการของบริษัททำหน้าที่เป็นตัวกลางกั้นระหว่าง DDoS botnets กับเป้าหมายการโจมตี ทำให้บริษัทสามารถสังเกตการณ์ และติดตามการโจมตีในระดับที่มีปริมาณสูงมากได้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทได้ยับยั้งการโจมตีครั้งประวัติศาสตร์ที่พุ่งแตะจุดสูงสุดถึง 31.4 Tbps และ 200 ล้าน Requests ต่อวินาที ซึ่งถูกปล่อยออกมาโดย Aisuru/Kimwolf botnet

ในรายงานฉบับใหม่ที่แชร์ร่วมกับ BleepingComputer และถูกนำเสนอในงานสัมมนาด้านความปลอดภัย Black Hat ทาง Cloudflare ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทได้ยับยั้งการโจมตีแบบ DDoS ในระดับเครือข่ายไปถึง 23.2 ล้านครั้ง และ HTTP requests ที่เป็นอันตรายอีก 29.64 ล้านล้านครั้ง

การเพิ่มขึ้นที่สำคัญที่สุดคือกลุ่มการโจมตีในระดับเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ (เกิน 1 Tbps) ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นถึง 519% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังพบว่าการโจมตีที่มีความรุนแรงน้อยกว่าก็มีการเพิ่มขึ้นโดยรวมเช่นกัน การโจมตีขนาดระหว่าง 500 Gbps ถึง 1 Tbps เพิ่มขึ้น 143% ในขณะที่กลุ่มที่มีขนาดระหว่าง 100 ถึง 500 Gbps เพิ่มขึ้น 105%

Cloudflare ระบุว่า แม้แนวโน้มของการโจมตีขนาดใหญ่มากจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ Incidents ส่วนใหญ่ยังคงมีขนาด Bandwidth ที่ค่อนข้างต่ำ และกินระยะเวลาสั้น ๆ เมื่อเทียบกัน โดย 96.62% ของการโจมตีในระดับเครือข่ายมีปริมาณ Traffic ต่ำกว่า 50 Mbps และ 90.6% ของการโจมตีทั้งหมดสิ้นสุดลงภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 นาที

การโจมตีบางส่วนที่กินเวลานานกว่า 3 ชั่วโมงนั้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 0.387% ในไตรมาสที่ 1 เป็น 0.828% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026

การโจมตี DDoS ในระดับเครือข่ายเพิ่มขึ้นจาก 10.04 ล้านครั้งเป็น 13.17 ล้านครั้ง (เพิ่มขึ้น 31.2%) ในขณะที่ปริมาณ HTTP request ที่เป็นอันตรายเติบโตจาก 12.75 ล้านล้าน เป็น 16.89 ล้านล้าน Request (เพิ่มขึ้น 32.4%)

Cloudflare พบว่ากิจกรรม DDoS โดยรวมพุ่งแตะจุดสูงสุดในเดือนเมษายน โดยมี HTTP DDoS requests ถึง 6.46 ล้านล้านครั้ง และปริมาณ Traffic การโจมตีในระดับเครือข่ายสูงถึง 165 PB (Petabytes)

หลังจากเดือนเมษายนเป็นต้นมา ปริมาณการโจมตีได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทางบริษัทประเมินในเบื้องต้นว่า เป็นผลสืบเนื่องมาจากปฏิบัติการ Operation PowerOFF ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับนานาชาติในการกวาดล้าง และปราบปรามเครือข่ายผู้ให้บริการรับจ้างการโจมตีแบบ DDoS

ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้มีการจับกุมผู้กระทำผิด 4 ราย ระงับการใช้งานโดเมน 53 แห่ง และส่งคำเตือนไปยังผู้ใช้บริการในลักษณะนี้กว่า 75,000 ราย

ในบรรดาแนวโน้มที่ปรากฏขึ้นในไตรมาสล่าสุด Cloudflare พบว่าการโจมตีได้เปลี่ยนทิศทางไปใช้เทคนิคที่เกี่ยวข้องกับ DNS และเทคนิค Reflection/Amplification มากขึ้น

การโจมตีแบบ DNS floods คิดเป็น 40% ในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นจาก 25.7% ในไตรมาสที่ 1 โดยเมื่อรวมการโจมตีแบบ DNS floods และ DNS amplification เข้าด้วยกัน จะคิดเป็น 34.3% ของการโจมตีในระดับเครือข่ายทั้งหมดในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนการโจมตีแบบ CLDAP floods พุ่งสูงขึ้นถึง 881.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ UDP floods อยู่ในอันดับสองของไตรมาสที่ 2 ที่ 14.06%

ในแง่ของเป้าหมายการโจมตี Cloudflare รายงานว่าภาคส่วนสื่อ (Media), การผลิต (Production) และการตีพิมพ์/สิ่งพิมพ์ (Publishing) เป็นกลุ่มที่ได้รับสัดส่วน HTTP DDoS requests (ที่ถูกยับยั้ง) มากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 อยู่ที่ 14.2%

ส่วนภาครัฐก็พบการโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ซึ่ง Cloudflare เชื่อมโยงว่าเป็นผลมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ-อิสราเอลที่ดำเนินการต่ออิหร่าน ส่งผลให้เกิดกระแสการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมืองที่รุนแรงยิ่งขึ้น

 

ที่มา : Bleepingcomputer