เอกสารใหม่จาก Snowden โครงการ Bullrun ถอดรหัสการเชื่อมต่อ HTTPS, SSL, SSH

The Guardian เปิดเผยเอกสารเพิ่มเติมจาก Edward Snowden เป็นเอกสารแนะนำระดับชั้นความปลอดภัยของข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ Bullrun

เนื้อหาระบุว่าโครงการ Bullrun ได้รับข้อมูลจากหลายแหล่ง และความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน และความสามารถดึงข้อมูลจากเทคโนโลยีต่างๆ นั้นอาจจะไม่ได้หมายถึงการถอดรหัสโดยตรงเสมอไป

เอกสารนี้ระบุว่า ชื่อ Bullrun นั้นไม่เป็นความลับแต่ต้องใช้งานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ความสามารถของ Bullrun ที่สามารถ "เข้าถึงได้บางส่วน" สำหรับโปรโตคอล TLS/SSL, HTTPS, SSH, VPNs, VoIP, เว็บเมล, และเทคโนโลยีอื่นๆ นั้นเป็นระดับชั้นความลับสูงสุด (TOP SECRET)

เอกสารไม่ได้บอกถึงกระบวนการภายในของ Bullrun ว่าทำงานอย่างไร มันอาจจะเป็นการทำ man-in-the-middle ที่ใช้งานกันทั่วไป, อาจจะอาศัยความร่วมมือจากบริษัทต่างๆ เพื่อมอบกุญแจลับให้ตรงๆ, ไปจนถึงการพัฒนากระบวนการทางคณิตศาสตร์เพื่อถอดรหัสได้ตรงๆ แล้ว แม้กระทั่งอาจจะผสมกระบวนการทุกแบบเข้าด้วยกัน เพื่อถอดรหัสจากแหล่งต่างๆ ด้วยเทคนิคที่ต่างกันไป

ความลับนี้มีอายุการรักษาความลับ 25 ปี และเอกสารนี้ส่งออกมาเมื่อปี 2010 หากต้องรอเอกสารเปิดเผยตามรอบปกติจะต้องรอถึงปี 2035

ที่มา : blognone

เอกสารใหม่จาก Snowden โครงการ Bullrun ถอดรหัสการเชื่อมต่อ HTTPS, SSL, SSH

The Guardian เปิดเผยเอกสารเพิ่มเติมจาก Edward Snowden เป็นเอกสารแนะนำระดับชั้นความปลอดภัยของข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ Bullrun

เนื้อหาระบุว่าโครงการ Bullrun ได้รับข้อมูลจากหลายแหล่ง และความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน และความสามารถดึงข้อมูลจากเทคโนโลยีต่างๆ นั้นอาจจะไม่ได้หมายถึงการถอดรหัสโดยตรงเสมอไป

เอกสารนี้ระบุว่า ชื่อ Bullrun นั้นไม่เป็นความลับแต่ต้องใช้งานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ความสามารถของ Bullrun ที่สามารถ "เข้าถึงได้บางส่วน" สำหรับโปรโตคอล TLS/SSL, HTTPS, SSH, VPNs, VoIP, เว็บเมล, และเทคโนโลยีอื่นๆ นั้นเป็นระดับชั้นความลับสูงสุด (TOP SECRET)

เอกสารไม่ได้บอกถึงกระบวนการภายในของ Bullrun ว่าทำงานอย่างไร มันอาจจะเป็นการทำ man-in-the-middle ที่ใช้งานกันทั่วไป, อาจจะอาศัยความร่วมมือจากบริษัทต่างๆ เพื่อมอบกุญแจลับให้ตรงๆ, ไปจนถึงการพัฒนากระบวนการทางคณิตศาสตร์เพื่อถอดรหัสได้ตรงๆ แล้ว แม้กระทั่งอาจจะผสมกระบวนการทุกแบบเข้าด้วยกัน เพื่อถอดรหัสจากแหล่งต่างๆ ด้วยเทคนิคที่ต่างกันไป

ความลับนี้มีอายุการรักษาความลับ 25 ปี และเอกสารนี้ส่งออกมาเมื่อปี 2010 หากต้องรอเอกสารเปิดเผยตามรอบปกติจะต้องรอถึงปี 2035

ที่มา : blognone

GitHub adds two-factor authentication to user accounts

GitHub ได้เพิ่มฟีเจอร์การทำงานที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย two-factor authentication ในการเข้าใช้งานใน GitHub โดยมีการเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย  token จาก SMS หรือแอพพลิเคชั่นบนมือถือของผู้ใช้งาน

เมื่อผู้ใช้ต้องการเข้าใช้งาน นอกจากจะมี ชื่อผู้ใช้ และ รหัสผ่านแล้ว ผู้ใช้นั้นจะต้องมีรหัส ที่เรียกว่า two-factor authentication ซึ่งจะถูกส่งกลับมายัง SMS บนมือถือของคุณเพื่อเป็นการยืนยันตัวตนในการเข้าใช้งานอีกระดับหนึ่ง

จากรายงานทาง GitHub กล่าววว่าในการใช้บริการ two-factor authentication สามารถใช้งานได้ฟรี

ที่มา : pinoyhacknews

 

Fake Grand Theft Auto V torrent spreading malware

BitDefender ได้ออกมาเตือนสำหรับคนที่ดาว์โหลดเกมส์ Gran theft Auto V(GTA 5) ว่ามี GTA 5 เวอร์ชั่นปลอมออกมาให้ดาวน์โหลดกัน โดยที่เวอร์ชั่นที่ปลอมขึ้นมามีมัลแวร์แฝงมาด้วย โดยที่ระหว่างการลงติดตั้งเกมส์โดยจะให้กรอกข้อมูลและส่งข้อความออกไปเพื่อที่จะขอรับ Serial number  ซึ่งคุณจะโดนเรียกเก็บเงินวันละ 1 ปอนด์ จาก บิลค่าโทรศัพท์ และใน PC เวอร์ชั่น มัลแวร์จะทำการ สแกน การใช้งานในการเปิดเว็บบราวเซอร์  และขโมยข้อมูล Username, Password  โดยที่มัลแวร์ คือ โทรจันท์ที่มีชื่อว่า Trojan.

Government may ban Gmail for official communication

รัฐบาลอินเดียเตรียมประกาศห้ามข้าราชการและพนักงานของรัฐ ไม่ให้ใช้บริการอีเมล์จากต่างประเทศในการติดต่อสื่อสารงานของรัฐ หลังจากมีข่าวการสอดแนมครั้งใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐผ่าน National Security Agency  (NSA)
ทางออกของรัฐบาลอินเดียคือ ให้ใช้ระบบอีเมล์ของรัฐที่ให้บริการโดยศูนย์ National Informatics Centre แทน
ตัวแทนของรัฐบาลอินเดียยอมรับว่าอีเมล์อย่าง Gmail ใช้ง่ายกว่าอีเมล์ของรัฐบาล และไม่ต้องผ่านกระบวนการขอเปิดบัญชีผู้ใช้ที่ยุ่งยาก แต่การเลือกเก็บข้อมูลสำคัญๆ บนเซิร์ฟเวอร์ภายในประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญกว่าการยอมให้ข้อมูลเหล่านี้อยู่บนเซิร์ฟเวอร์นอกประเทศ

ที่มา : timesofindia

5 websites hacked by Kh4lifax

เมื่อวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมากลุ่ม Phantom Hackers ที่ใช้ชื่อว่า Kh4lifax ได้ทำการ hacked 5 เว็บไซต์ ดังนี้

- http://www.

Citadel botnet resurges to storm Japanese PCs

ผลจากการที่นักวิจัยและวิศวกรด้านความปลอดภัยได้ร่วมมือกันทำการตรวจสอบ ทำให้พบโทรจันที่มุ่งเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ใช้งาน online banking ในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ค้นพบได้มีการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งรายงานในที่ประชุมในเรื่องการรักษาความปลอดภัยใน Q1 ที่ผ่านมาแล้ว และเหล่านักวิจัยยังเชี่อว่าการค้นพบครั้งล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้โจมตีได้ขยายการโจมตีให้มากขึ้น และการโจมตีที่ผ่านมาในเดือนมิถุนายนได้ถูกนำมาใช้โจมตีในเหตุการณ์นี้ด้วย

โทรจัน online banking ที่พบนี้จัดอยู่ในประเภทเดียวกับ Citadel ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า Citadel เป็นโทรจันที่ใช้สำหรับขโมยข้อมูล online banking ของผู้ใช้งาน

นักวิจัยยังได้ระบุว่ามี เครื่องที่ทำหน้าที่เป็น command and control servers (C&C) อย่างน้อย 9 IP ส่วนมากจะอยู่ที่สหรัฐและยุโรป จากการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวยังพบว่า 96 เปอร์เซ็นของการเชื่อมต่อมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการติดโทรจันเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศใดประเทศหนึ่ง

ที่มา : hack in the box

Citadel botnet resurges to storm Japanese PCs

ผลจากการที่นักวิจัยและวิศวกรด้านความปลอดภัยได้ร่วมมือกันทำการตรวจสอบ ทำให้พบโทรจันที่มุ่งเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ใช้งาน online banking ในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ค้นพบได้มีการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งรายงานในที่ประชุมในเรื่องการรักษาความปลอดภัยใน Q1 ที่ผ่านมาแล้ว และเหล่านักวิจัยยังเชี่อว่าการค้นพบครั้งล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้โจมตีได้ขยายการโจมตีให้มากขึ้น และการโจมตีที่ผ่านมาในเดือนมิถุนายนได้ถูกนำมาใช้โจมตีในเหตุการณ์นี้ด้วย

โทรจัน online banking ที่พบนี้จัดอยู่ในประเภทเดียวกับ Citadel ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า Citadel เป็นโทรจันที่ใช้สำหรับขโมยข้อมูล online banking ของผู้ใช้งาน

นักวิจัยยังได้ระบุว่ามี เครื่องที่ทำหน้าที่เป็น command and control servers (C&C) อย่างน้อย 9 IP ส่วนมากจะอยู่ที่สหรัฐและยุโรป จากการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวยังพบว่า 96 เปอร์เซ็นของการเชื่อมต่อมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการติดโทรจันเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศใดประเทศหนึ่ง

ที่มา : hack in the box

Vulnerability allowed hacker to Delete any Facebook Photo; Rewarded with $12,500 for reporting bug

Indian Security Enthusiast 'Arul Kumar' ได้รายงานถึงช่องโหว่ Facebook ที่อนุญาตให้ลบภาพจาก Facebook ได้โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น
โปรแกรม Facebook Bounty Bug ได้จ่ายเงิน 12,500 เหรียญสหรัฐ เพื่อให้ทีมรักษาความปลอดภัยช่วยกันทำการแก้ไขช่องโหว่นี้ใน "Support Dashboard" ซึ่งช่องโหว่นี้ทำให้แฮกเกอร์สามาถลบรูปภาพของ Mark Zuckerberg (ผู้ก่อตั้ง Facebook) ออกจากอัลบั้มรูปหรือหน้า wall ของผู้ใช้งานได้

Arul ได้โพสต์ลงในบล็อกของเขาว่า Support Dashboard ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ตรวจสอบความคืบหน้าในสิ่งที่รายงานไปยัง Facebook โดยสามารถดูได้ว่า รายงานของคุณได้รับการตรวจสอบโดยพนักงานของ Facebook แล้วหรือยัง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าถ้ามีการแจ้งการละเมิดหรือส่งคำขอให้ลบภาพออกจากเซิร์ฟเวอร์ของ Facebook จะมีระบบอัตโนมัติในการสั่งให้ลบภาพออกจากเว็บไซต์และส่งรายงานไปยังเจ้าของ Facebook

แฮกเกอร์ได้อธิบายว่ามีช่องโหว่ที่พารามิเตอร์  i.e.Photo_id และ Owners Profile_id ถ้าแฮกเกอร์ทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่าพารามิเตอร์ที่ใช้ในการตรวจสอบองค์ประกอบของ Google Chrome ได้ จะทำให้แฮกเกอร์สามารถที่จะได้รับลิงค์รูปภาพที่แจ้งลบของบัญชีผู้ใช้งานอื่นใน inbox ของแฮกเกอร์เองได้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบัญชี Facebook ของผู้บุกรุกสองบัญชีเท่านั้นซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีของเหยื่อ แฮกเกอร์สามารถลบภาพที่ติดแท็ก, รูปภาพจาก Status และรูปภาพในอัลบั้ม, รูปภาพจากหน้าเพจ, รูปภาพจากกลุ่มและจากแสดงความเห็น เมื่อเร็วๆนี้ แฮกเกอร์ที่ชื่อว่า Khalil ซึ่งเป็น white hat ชาวปาเลสไตน์ ได้ทำการแฮกหน้า Wall ของ Zuck's หลังจากที่ Facebook ไม่สนใจรายงานข้อผิดพลาดของเขา

ที่มา : thehackernews

Bangladesh Meghna Petroleum Limited website hacked and defaced

แฮกเกอร์ชาวอินเดียที่เรียกตัวเองว่า 'Yamraaj' ได้ทำการ Hacked เว็บไซต์ Meghna Petroleum Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทบังคลาเทศปิโตรเลียมคอร์เปอเรชั่น ซึ่งบริษัท เมกปิโตรเลียม จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมระหว่างประเทศ อยู่ภายใต้กระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณี (Ministry of Energy & Mineral Resources Division) ของบังคลาเทศ

เมื่อผู้ใช้งานเข้าชมเว็บไซต์ดังกล่าวจะได้ยินเสียงเพลง "Raghupati Raghav Raja Raaam Patit Pawan Sita Ram.