ทีมนักพัฒนา PHP ได้ออกเวอร์ชั่นใหม่ เพื่อแก้ไขช่องโหว่ในระดับที่สำคัญ ทำให้แฮกเกอร์โจมตีด้วยวิธี remote code execution ได้ โดยช่องโหว่ดังกล่าวได้ระบุให้เป็น CVE-2014-3669 ซึ่งแฮกเกอร์จะ remote code เข้ามาจนทำให้ข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจำเต็ม (overflow) ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นกับ windows 32 bit เท่านั้น
PHP has fixed several vulnerabilities allowing remote code execution
phpinfo() Type Confusion Infoleak Vulnerability and SSL Private Keys
รายงานช่องโหว่ความปลอดภัยของ PHP จากบริษัท SektionEins GmbH แสดงช่องให้เห็นว่าฟังก์ชั่น phpinfo มีปัญหาความปลอดภัย ทำให้แฮกเกอร์ที่สามารถรันโค้ดได้ สามารถอ่านหน่วยความจำจุดใดๆ ก็ได้ในโปรเซส
ทีมงาน SektionEins สาธิตให้ดูด้วยการรันสคริปต์เพื่อดึงกุญแจ SSL จาก mod_ssl ที่รันภายใต้โปรเซส Apache ตัวเดียวกัน ทำให้แฮกเกอร์ที่รันสคริปต์ในเครื่องได้สามารถดึงกุญแจ SSL ออกมาได้ทันที แม้จะเป็นเพียงแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่ไม่มีสิทธิจัดการเซิร์ฟเวอร์ก็ตามที
ทาง SektionEins ระบุว่าได้ส่งปัญหานี้ไปยัง PHP ตั้งแต่หลายสัปดาห์ก่อน และทางทีมงาน PHP ไม่ได้ตอบกลับอะไรมา เพียงแต่นำแพตช์ไปใส่ให้กับ PHP 5.4 และ 5.5 เงียบๆ แต่ PHP 5.3 ที่มีบั๊กเดียวกันนั้นหมดซัพพอร์ตไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และตอนนี้เซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดก็เสี่ยงกับปัญหานี้
คนที่ใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ไม่มีผู้ใช้อื่นรันสคริปต์ได้คงไม่มีปัญหานัก แต่สำหรับโฮสต์ที่แชร์กันหลายเว็บ ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่แน่นอน เพราะแฮกเกอร์ที่เป็นผู้ใช้อาจจะอ่านหน่วยความจำอื่นๆ ขึ้นมาได้ รวมถึงกุญแจ SSL เหมือนในตัวอย่าง สำหรับทางแก้ปัญหาชั่วคราวในตอนนี้คงเป็นการห้ามไม่ให้ใช้ฟังก์ชั่น phpinfo ทั้งหมด
ที่มา : Sektioneins
phpinfo() Type Confusion Infoleak Vulnerability and SSL Private Keys
รายงานช่องโหว่ความปลอดภัยของ PHP จากบริษัท SektionEins GmbH แสดงช่องให้เห็นว่าฟังก์ชั่น phpinfo มีปัญหาความปลอดภัย ทำให้แฮกเกอร์ที่สามารถรันโค้ดได้ สามารถอ่านหน่วยความจำจุดใดๆ ก็ได้ในโปรเซส
ทีมงาน SektionEins สาธิตให้ดูด้วยการรันสคริปต์เพื่อดึงกุญแจ SSL จาก mod_ssl ที่รันภายใต้โปรเซส Apache ตัวเดียวกัน ทำให้แฮกเกอร์ที่รันสคริปต์ในเครื่องได้สามารถดึงกุญแจ SSL ออกมาได้ทันที แม้จะเป็นเพียงแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่ไม่มีสิทธิจัดการเซิร์ฟเวอร์ก็ตามที
ทาง SektionEins ระบุว่าได้ส่งปัญหานี้ไปยัง PHP ตั้งแต่หลายสัปดาห์ก่อน และทางทีมงาน PHP ไม่ได้ตอบกลับอะไรมา เพียงแต่นำแพตช์ไปใส่ให้กับ PHP 5.4 และ 5.5 เงียบๆ แต่ PHP 5.3 ที่มีบั๊กเดียวกันนั้นหมดซัพพอร์ตไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และตอนนี้เซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดก็เสี่ยงกับปัญหานี้
คนที่ใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ไม่มีผู้ใช้อื่นรันสคริปต์ได้คงไม่มีปัญหานัก แต่สำหรับโฮสต์ที่แชร์กันหลายเว็บ ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่แน่นอน เพราะแฮกเกอร์ที่เป็นผู้ใช้อาจจะอ่านหน่วยความจำอื่นๆ ขึ้นมาได้ รวมถึงกุญแจ SSL เหมือนในตัวอย่าง สำหรับทางแก้ปัญหาชั่วคราวในตอนนี้คงเป็นการห้ามไม่ให้ใช้ฟังก์ชั่น phpinfo ทั้งหมด
ที่มา : Sektioneins
