CloudFlare เปิดตัวระบบเข้ารหัสข้อมูลต้องถอดรหัสด้วยผู้ถือกุญแจสองคน เลียนแบบการยิงนิวเคลียร์

การรักษาความปลอดภัยขั้นสุดท้ายเป็นปัญหาสำคัญขององค์กรจำนวนมาก เช่น รหัส root ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์หลักในระบบ รหัสผ่านเพื่อเข้าถึง private key บนสมาร์ทการ์ด การเก็บรักษาข้อมูลเหล่านี้ส่วนมากต้องอาศัยการพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษแล้วนำไปเก็บรักษาไว้ที่ปลอดภัยเช่นตู้เซฟธนาคารที่ต้องการกุญแจสองดอกให้เปิดพร้อมกันจึงนำข้อมูลออกมาใช้งานได้ ตอนนี้ CloudFlare ผู้ให้บริการ reverse proxy รายใหญ่ก็นำโครงการภายในที่ชื่อว่า Red October ออกมาให้ใช้งานกัน
Red October คือเซิร์ฟเวอร์เข้ารหัสและถอดรหัส โดยไม่มีข้อมูลที่ต้องการเก็บรักษาอยู่บนเซิร์ฟเวอร์จริง ในตัวเซิร์ฟเวอร์ของ Red October นั้นจะเก็บกุญแจ RSA ของผู้ใช้ทุกคนเอาไว้ เมื่อมีการร้องขอให้เข้ารหัสข้อมูลใดๆ เซิร์ฟเวอร์จะ

สร้างกุญแจสมมาตรโดยสุ่มเลขขึ้นมาใหม่
เข้ารหัสข้อมูลด้วยกุญแจสมมาตรนั้น
จับกลุ่มทุกกลุ่มที่เป็นไปได้ ตามที่ผู้ขอให้เข้ารหัสกำหนด เช่น กำหนดผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ถอดรหัส 3 คน โดยต้องใช้ 2 คนถอดรหัส จะจับได้ 3 กลุ่ม (3 เลือก 2)
ใช้กุญแจสาธารณะของแต่ละคนในแต่ละกลุ่มเข้ารหัสกุญแจสมมาตรเป็นชั้นๆ จนครบจำนวนคนแล้วจัดเก็บ

กระบวนการถอดรหัสนั้นกลับข้างกัน โดยผู้ใช้จะต้องล็อกอินในระบบแล้ว "ให้สิทธิ์" (delegate) ในการเข้าถึงกุญแจส่วนตัว (private key) กับเซิร์ฟเวอร์โดยระบุระยะเวลา การให้สิทธิ์ต้องระบุระยะเวลาและจำนวนครั้งที่ใช้งานได้ เมื่อมีผู้ใช้ร้องขอการถอดรหัสข้อมูล ข้อมูลที่ใส่เข้ามาจะมีข้อมูลอยู่แล้วว่าใครเป็นผู้ถอดรหัสได้บ้าง เซิร์ฟเวอร์จะเข้าไปตามหาว่าผู้ใช้เหล่านั้นได้ให้สิทธิ์ไว้หรือไม่ หากให้สิทธิ์ไว้ครบจำนวนคนก็จะถอดรหัสไปได้

ในการใช้งานจริง เช่น ผู้ดูแลระบบต้องการเข้าถึงรหัส root ของเซิร์ฟเวอร์ตัวหนึ่ง เขาอาจจะต้องเดินไปบอกหัวหน้าฝ่ายสองคนพร้อมกัน หัวหน้าฝ่ายทั้งสองคนก็ล็อกอินเข้ามาให้สิทธิ์กับเซิร์ฟเวอร์คนละสิบนาที เราสามารถดึงไฟล์รหัสผ่านที่เข้ารหัสไว้ แล้วนำมาขอถอดรหัสได้

กระบวนการนี้เลียนแบบการปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ที่มีกฎ two-man rule คือ ห้ามมีใครคนใดคนหนึ่งมีสิทธิ์ปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ด้วยตัวเอง Red October คงมีจุดอ่อนสำคัญคือการวางกุญแจส่วนตัว RSA ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ หากเซิร์ฟเวอร์ถูกเจาะไปได้และมีการดัดแปลงโค้ดเพื่อเก็บรหัสผ่านสำหรับการเปิดไฟล์กุญแจลับนี้ก็คงทำให้แฮกเกอร์ดึงข้อมูลออกไปได้ แต่ทั้งนี้มันเป็นระบบจัดการสิทธิ์ที่พึ่งรหัสวิทยาอย่างมากเทียบกับระบบ workflow อื่นๆ ที่มักไม่มีการเข้ารหัสใดๆ ทาง CloudFlare เปิดให้ดาวน์โหลด Red October ไปใช้งานได้ฟรี รวมถึงนำซอร์สโค้ดไปตรวจสอบความปลอดภัยได้

ที่มา : blognone

US and UK struck secret deal to allow NSA to 'unmask' Britons' personal data

รายงานข่าวจาก The Sydney Morning Herald อ้างถึงเอกสารฉบับหนึ่งของ Edward Snowden แต่ไม่เปิดเผยเอกสารโดยตรง ระบุว่า NSA มีโครงการพันธมิตร ทำให้สามารถเข้าถึงสายไฟเบอร์ได้โดยตรง 20 จุดทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีคอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์อีกจำนวนมากทำหน้าที่เป็นจุดดักฟังให้กับ NSA

จุดดักฟังของ NSA ส่วนมากอยู่ในสหรัฐฯ แต่มีบางจุดที่อยู่ในยุโรป, เกาหลีใต้, ตะวันออกกลาง และแถบอินโดนีเซีย โดยรวมทำให้การเชื่อมต่อข้ามทวีปแทบทั้งหมดต้องผ่านจุดดักฟังเหล่านี้

ในเอกสารอีกฉบับระบุถึงโครงการ Five Eyes เป็นข้อเสนอเพื่อขยายความร่วมมือระหว่างอังกฤษและสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1946 โดยเสนอให้ขยายไปยัง ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, และแคนาดา ข้อตกลงนี้คือการแชร์เครือข่ายดักฟังกันและกัน โดยไม่ดักฟังประชาชนอีกฝ่าย แต่หากจำเป็นก็สามารถดักฟังโดยไม่แจ้งได้

สำหรับประเทศไทยถูกจัดให้เป็นศูนย์ระดับภูมิภาค มีจุดบริการดักฟังพิเศษ (Special Collection Service - SCS) อยู่มากกว่า 80 จุดในกรุงเทพฯ เช่นเดียวกับเมืองสำคัญทั่วโลก เช่น เบอร์ลิน, นิวเดลี, โรม, สิงคโปร์ แต่ยังไม่มีบริการดักฟังเคเบิลขนาดใหญ่ จุดดักฟังเหล่านี้อาจจะเป็นการวางมัลแวร์ไว้ในคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ เพื่อให้ส่งข้อมูลกลับไปยัง NSA ได้เมื่อมีการร้องขอ ในปี 2008 NSA วางจุดเช่นนี้ไว้มากกว่า 20,000 จุดทั่วโลก และในเอกสารล่าสุดที่หนังสือพิมพ์ NRC ของเนเธอร์แลนด์อ้างถึง (แต่ไม่เปิดเผย) ก็ระบุว่ามีถึง 50,000 จุดแล้ว

ที่มา : theguardian

Your TV now watching you too! LG Smart TV caught collecting owners' Habits and USB file names

DoctorBeet ได้พบว่า LG's smart TVs นั้น จะเก็บข้อมูลทั้งหมดที่เราเคยใช้งานใน LG's smart TVs หรือข้อมูลต่างๆ ที่มาจากอุปกรณ์ USB ทั้งหมด จากนั้นจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ LG โดยที่เราไม่รู้ตัว

ทาง LG จะเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ได้มา แล้วนำไปสรุปสร้างเป็นโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขาย ทั้งนี้ทาง LG อาจนำข้อมูลที่ได้มาไปใช้ในทางที่ไม่พึงประสงค์ได้

ที่มา :  thehackernews

10 Million UK Users targeted with Cryptolocker Ransomware spam email campaign

หน่วยงาน National Crime Agency (NCA) ของประเทศสหรัฐได้ออกมาแจ้งเตือนให้ระวังภัยคุกคามทางอีเมล โดยในปัจจุบันพบว่าผู้ใช้ในประเทศสหรัฐจำนวน 10 ล้านคนได้ตกเป็นเป้าหมายของภัยคุกคามครั้งนี้ ซึ่งเป้าหมายของการโจมตีครั้งนี้คือ บังคับให้เป้าหมายจ่ายเงินเพื่อแลกกับข้อมูลที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเป้าหมาย มัลแวร์ที่ใช้ในการโจมตีครั้งนี้มีมีชื่อว่า CryptoLocker ซึ่งจะเข้ารหัสข้อมูลในเครื่องของเป้าหมาย มัลแวร์ตัวนี้ได้ถูกเผยแพร่ผ่านทางไฟล์แนบในอีเมลที่มีความน่าเชื่อถือ จึงทำให้เป้าหมายหลงเชื่อได้ง่าย หากเป้าหมายกดลิงค์ที่มาพร้อมอีเมลนั้น มัลแวร์ดังกล่าวจะแพร่กระจายไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที จึงทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆในคอมพิวเตอร์ได้ ถ้าต้องการที่จะได้ข้อมูลนั้นคืนมา เป้าหมายจะต้องจ่ายเงินจำนวน 2 Bitcoins เพื่อแลกกับข้อมูล หน่วยงาน National Crime Agency (NCA) ของประเทศสหรัฐ ได้แจ้งว่าหากผู้ใดพบเหตุการณ์ดังกล่างให้แจ้งเรื่องกลับมาที่ www.

Sinowal and Zbot Trojan collaborate in new attack

นักวิจัยของ Trend Micro ได้พบการทำงานร่วมกันที่น่าสนใจของมัลแวร์ โดยการโจมตีเริ่มที่แฮกเกอร์ส่งอีเมล์ที่มีการแนบไฟล์มายังเป้าหมาย เมื่อเป้าหมายกดดาวน์โหลดไฟล์แนบขึ้นมาเปิดดูจะเป็นการลง Backdoor ที่มีชื่อว่า Andromeda เมื่อ Backdoor Andromeda ถูกลงและรันแล้วมันจะสั่งดาวน์โหลดโทรจัน Zeus และ Sinowal มาลงที่เครื่องของเป้าหมาย โดยโทรจัน Sinowal จะทำหน้าที่ปิดการทำงานของโปรแกรม Trusteer’s Rapport ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะปกป้องผู้ใช้จาก phishing และการโจมตีแบบ man-in-the-browser โดยโปรแกรมตัวนี้เป็นโปรแกรมยอดนิยมที่ธนาคารจะแนะนำให้ผู้ใช้ลง ถ้าโทรจัน Sinowal ทำสำเร็จโทรจันก็จะทำการโจมตีแบบ Man-in-the-Browser เพื่อดักจับข้อมูลของเป้าหมายเมื่อเป้าหมายใช้งานอินเตอร์เน็ต แต่จากรายงานของ Trusteer ได้ระบุว่าการทำงานของ โทรจัน Sinowal ไม่สามารถปิดการทำงานของโปรแกรม Trusteer’s Rapport ได้

ที่มา : net-security

Sinowal and Zbot Trojan collaborate in new attack

นักวิจัยของ Trend Micro ได้พบการทำงานร่วมกันที่น่าสนใจของมัลแวร์ โดยการโจมตีเริ่มที่แฮกเกอร์ส่งอีเมล์ที่มีการแนบไฟล์มายังเป้าหมาย เมื่อเป้าหมายกดดาวน์โหลดไฟล์แนบขึ้นมาเปิดดูจะเป็นการลง Backdoor ที่มีชื่อว่า Andromeda เมื่อ Backdoor Andromeda ถูกลงและรันแล้วมันจะสั่งดาวน์โหลดโทรจัน Zeus และ Sinowal มาลงที่เครื่องของเป้าหมาย โดยโทรจัน Sinowal จะทำหน้าที่ปิดการทำงานของโปรแกรม Trusteer’s Rapport ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะปกป้องผู้ใช้จาก phishing และการโจมตีแบบ man-in-the-browser โดยโปรแกรมตัวนี้เป็นโปรแกรมยอดนิยมที่ธนาคารจะแนะนำให้ผู้ใช้ลง ถ้าโทรจัน Sinowal ทำสำเร็จโทรจันก็จะทำการโจมตีแบบ Man-in-the-Browser เพื่อดักจับข้อมูลของเป้าหมายเมื่อเป้าหมายใช้งานอินเตอร์เน็ต แต่จากรายงานของ Trusteer ได้ระบุว่าการทำงานของ โทรจัน Sinowal ไม่สามารถปิดการทำงานของโปรแกรม Trusteer’s Rapport ได้

ที่มา : net-security

New secure USB Flash drive from Kingston Digital

บริษัท Kingston ได้ออกผลิดภัณฑ์ใหม่ที่ชื่อว่า DataTraveler Vault Privacy 3.0 (DTVP) secure USB Flash drive โดยผลิตภัณฑ์นี้เป็น Flash Drive ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เข้ารหัสแบบ 256-bit AES ซึ่งเข้ารหัสโดยใช้ XTS block cipher mode ซึ่งมีการป้องกันที่แข็งแกร่งกว่าโหมด CBC และ ECB ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณพ์แรกในตลาดที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี USB 3.0 DTVP 3.0 จะมาพร้อมกับออฟชั่นเสริมคือ ESET NOD32 anti-virus เอนจิ้น ซึ่งไม่ต้องลงและง่ายต่อการใช้งาน โดยเอนจิ้นนี้จะทำหน้าที่ป้องกัน Flash Drive ของผู้ใช้จาก ไวรัส , เวิร์ม, สปายแวร์, รูทคิด, แอดแวร์ และ ภัยคุกคามอื่นๆบนอินเตอร์เน็ต ESET NOD32 anti-virus เอนจิ้น จะมาพร้อมกับระบบการแจ้งเตือนและไลเซนต์การใช้งานได้ 5 ปีโดยไม่ต้องทำการ activate อีกในภายหลัง

ที่มา : net-security

New secure USB Flash drive from Kingston Digital

บริษัท Kingston ได้ออกผลิดภัณฑ์ใหม่ที่ชื่อว่า DataTraveler Vault Privacy 3.0 (DTVP) secure USB Flash drive โดยผลิตภัณฑ์นี้เป็น Flash Drive ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เข้ารหัสแบบ 256-bit AES ซึ่งเข้ารหัสโดยใช้ XTS block cipher mode ซึ่งมีการป้องกันที่แข็งแกร่งกว่าโหมด CBC และ ECB ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณพ์แรกในตลาดที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี USB 3.0 DTVP 3.0 จะมาพร้อมกับออฟชั่นเสริมคือ ESET NOD32 anti-virus เอนจิ้น ซึ่งไม่ต้องลงและง่ายต่อการใช้งาน โดยเอนจิ้นนี้จะทำหน้าที่ป้องกัน Flash Drive ของผู้ใช้จาก ไวรัส , เวิร์ม, สปายแวร์, รูทคิด, แอดแวร์ และ ภัยคุกคามอื่นๆบนอินเตอร์เน็ต ESET NOD32 anti-virus เอนจิ้น จะมาพร้อมกับระบบการแจ้งเตือนและไลเซนต์การใช้งานได้ 5 ปีโดยไม่ต้องทำการ activate อีกในภายหลัง

ที่มา : net-security

Facebook Open URL Redirection vulnerability

Dan Melameddiscovered นักวิจัยด้านความปลอดภัย ได้ทำการเปิดเผยช่องโหว่ Open URL Redirection ใน Facebook ซึ่งอนุญาตให้ผู้โจมตีเปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เมื่อมีการเชื่อมต่อไปยัง facebook.

Facebook Open URL Redirection vulnerability

Dan Melameddiscovered นักวิจัยด้านความปลอดภัย ได้ทำการเปิดเผยช่องโหว่ Open URL Redirection ใน Facebook ซึ่งอนุญาตให้ผู้โจมตีเปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เมื่อมีการเชื่อมต่อไปยัง facebook.