เมื่อวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมากลุ่ม Phantom Hackers ที่ใช้ชื่อว่า Kh4lifax ได้ทำการ hacked 5 เว็บไซต์ ดังนี้
- http://www.
เมื่อวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมากลุ่ม Phantom Hackers ที่ใช้ชื่อว่า Kh4lifax ได้ทำการ hacked 5 เว็บไซต์ ดังนี้
- http://www.
ผลจากการที่นักวิจัยและวิศวกรด้านความปลอดภัยได้ร่วมมือกันทำการตรวจสอบ ทำให้พบโทรจันที่มุ่งเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ใช้งาน online banking ในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ค้นพบได้มีการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งรายงานในที่ประชุมในเรื่องการรักษาความปลอดภัยใน Q1 ที่ผ่านมาแล้ว และเหล่านักวิจัยยังเชี่อว่าการค้นพบครั้งล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้โจมตีได้ขยายการโจมตีให้มากขึ้น และการโจมตีที่ผ่านมาในเดือนมิถุนายนได้ถูกนำมาใช้โจมตีในเหตุการณ์นี้ด้วย
โทรจัน online banking ที่พบนี้จัดอยู่ในประเภทเดียวกับ Citadel ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า Citadel เป็นโทรจันที่ใช้สำหรับขโมยข้อมูล online banking ของผู้ใช้งาน
นักวิจัยยังได้ระบุว่ามี เครื่องที่ทำหน้าที่เป็น command and control servers (C&C) อย่างน้อย 9 IP ส่วนมากจะอยู่ที่สหรัฐและยุโรป จากการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวยังพบว่า 96 เปอร์เซ็นของการเชื่อมต่อมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการติดโทรจันเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศใดประเทศหนึ่ง
ที่มา : hack in the box
ผลจากการที่นักวิจัยและวิศวกรด้านความปลอดภัยได้ร่วมมือกันทำการตรวจสอบ ทำให้พบโทรจันที่มุ่งเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ใช้งาน online banking ในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ค้นพบได้มีการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งรายงานในที่ประชุมในเรื่องการรักษาความปลอดภัยใน Q1 ที่ผ่านมาแล้ว และเหล่านักวิจัยยังเชี่อว่าการค้นพบครั้งล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้โจมตีได้ขยายการโจมตีให้มากขึ้น และการโจมตีที่ผ่านมาในเดือนมิถุนายนได้ถูกนำมาใช้โจมตีในเหตุการณ์นี้ด้วย
โทรจัน online banking ที่พบนี้จัดอยู่ในประเภทเดียวกับ Citadel ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า Citadel เป็นโทรจันที่ใช้สำหรับขโมยข้อมูล online banking ของผู้ใช้งาน
นักวิจัยยังได้ระบุว่ามี เครื่องที่ทำหน้าที่เป็น command and control servers (C&C) อย่างน้อย 9 IP ส่วนมากจะอยู่ที่สหรัฐและยุโรป จากการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวยังพบว่า 96 เปอร์เซ็นของการเชื่อมต่อมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการติดโทรจันเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศใดประเทศหนึ่ง
ที่มา : hack in the box
Indian Security Enthusiast 'Arul Kumar' ได้รายงานถึงช่องโหว่ Facebook ที่อนุญาตให้ลบภาพจาก Facebook ได้โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น
โปรแกรม Facebook Bounty Bug ได้จ่ายเงิน 12,500 เหรียญสหรัฐ เพื่อให้ทีมรักษาความปลอดภัยช่วยกันทำการแก้ไขช่องโหว่นี้ใน "Support Dashboard" ซึ่งช่องโหว่นี้ทำให้แฮกเกอร์สามาถลบรูปภาพของ Mark Zuckerberg (ผู้ก่อตั้ง Facebook) ออกจากอัลบั้มรูปหรือหน้า wall ของผู้ใช้งานได้
Arul ได้โพสต์ลงในบล็อกของเขาว่า Support Dashboard ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ตรวจสอบความคืบหน้าในสิ่งที่รายงานไปยัง Facebook โดยสามารถดูได้ว่า รายงานของคุณได้รับการตรวจสอบโดยพนักงานของ Facebook แล้วหรือยัง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าถ้ามีการแจ้งการละเมิดหรือส่งคำขอให้ลบภาพออกจากเซิร์ฟเวอร์ของ Facebook จะมีระบบอัตโนมัติในการสั่งให้ลบภาพออกจากเว็บไซต์และส่งรายงานไปยังเจ้าของ Facebook
แฮกเกอร์ได้อธิบายว่ามีช่องโหว่ที่พารามิเตอร์ i.e.Photo_id และ Owners Profile_id ถ้าแฮกเกอร์ทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่าพารามิเตอร์ที่ใช้ในการตรวจสอบองค์ประกอบของ Google Chrome ได้ จะทำให้แฮกเกอร์สามารถที่จะได้รับลิงค์รูปภาพที่แจ้งลบของบัญชีผู้ใช้งานอื่นใน inbox ของแฮกเกอร์เองได้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบัญชี Facebook ของผู้บุกรุกสองบัญชีเท่านั้นซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีของเหยื่อ แฮกเกอร์สามารถลบภาพที่ติดแท็ก, รูปภาพจาก Status และรูปภาพในอัลบั้ม, รูปภาพจากหน้าเพจ, รูปภาพจากกลุ่มและจากแสดงความเห็น เมื่อเร็วๆนี้ แฮกเกอร์ที่ชื่อว่า Khalil ซึ่งเป็น white hat ชาวปาเลสไตน์ ได้ทำการแฮกหน้า Wall ของ Zuck's หลังจากที่ Facebook ไม่สนใจรายงานข้อผิดพลาดของเขา
ที่มา : thehackernews
แฮกเกอร์ชาวอินเดียที่เรียกตัวเองว่า 'Yamraaj' ได้ทำการ Hacked เว็บไซต์ Meghna Petroleum Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทบังคลาเทศปิโตรเลียมคอร์เปอเรชั่น ซึ่งบริษัท เมกปิโตรเลียม จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมระหว่างประเทศ อยู่ภายใต้กระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณี (Ministry of Energy & Mineral Resources Division) ของบังคลาเทศ
เมื่อผู้ใช้งานเข้าชมเว็บไซต์ดังกล่าวจะได้ยินเสียงเพลง "Raghupati Raghav Raja Raaam Patit Pawan Sita Ram.
แฮกเกอร์ได้เข้าถึงบัญชี Twitter และบัญชี Facebook ของ Tahrir News ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่ได้รับความนิยมในอียิปต์ และแฮกเกอร์ได้ทำการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จออกมา
ทางองค์กรของ Tahrir News ได้ยืนยันว่าถูกละเมิดความปลอดภัยและแจ้งให้สมาชิกทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์แล้ว
การละเมิดความปลอดภัยในครั้งนี้ทำให้องค์กรต้องทำการปิดระบบการให้บริการ SMS ชั่วคราว เนื่องจากมีรายงานว่าแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงบริการดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน
ในขณะนี้ บัญชี Twitter และบัญชี Facebook ถูกกู้คืนและกลับมาใช้งานได้เป็นปกติแล้ว
ที่มา : ehackingnews
แฮกเกอร์ได้เข้าถึงบัญชี Twitter และบัญชี Facebook ของ Tahrir News ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่ได้รับความนิยมในอียิปต์ และแฮกเกอร์ได้ทำการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จออกมา
ทางองค์กรของ Tahrir News ได้ยืนยันว่าถูกละเมิดความปลอดภัยและแจ้งให้สมาชิกทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์แล้ว
การละเมิดความปลอดภัยในครั้งนี้ทำให้องค์กรต้องทำการปิดระบบการให้บริการ SMS ชั่วคราว เนื่องจากมีรายงานว่าแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงบริการดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน
ในขณะนี้ บัญชี Twitter และบัญชี Facebook ถูกกู้คืนและกลับมาใช้งานได้เป็นปกติแล้ว
ที่มา : ehackingnews
แฮกเกอร์ได้เข้าถึงบัญชี Twitter และบัญชี Facebook ของ Tahrir News ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่ได้รับความนิยมในอียิปต์ และแฮกเกอร์ได้ทำการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จออกมา
ทางองค์กรของ Tahrir News ได้ยืนยันว่าถูกละเมิดความปลอดภัยและแจ้งให้สมาชิกทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์แล้ว
การละเมิดความปลอดภัยในครั้งนี้ทำให้องค์กรต้องทำการปิดระบบการให้บริการ SMS ชั่วคราว เนื่องจากมีรายงานว่าแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงบริการดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน
ในขณะนี้ บัญชี Twitter และบัญชี Facebook ถูกกู้คืนและกลับมาใช้งานได้เป็นปกติแล้ว
ที่มา : ehackingnews
น.ส.เบญจพร สุขไตรภพ ผู้ก่อตั้ง Moohin.com กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เว็บไซต์ หมูหินดอทคอม (Moohin.com) เว็บไซต์ท่องเที่ยวอันดับ 1 ของประเทศไทย ที่ถูกแฮกจนไม่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. 2556 ที่ผ่านมา โดยแฮกเกอร์ใช้วิธีการแฮกเข้าอีเมล์ที่เลิกใช้งานและแอบอ้างตัวเป็น น.ส.เบญจพร ทำการโอนย้ายโดเมนเนม Moohin.
ก่อนหน้าเคยมีข่าว พบช่องโหว่เข้าถึงสิทธิ์ root ของ Linux ด้วยการตั้งเวลาใหม่และรีเซ็ต sudo ซึ่งนอกจาก Linux จะได้รับผลกระทบแล้ว Mac ก็ได้รับผลกระทบกับเขาไปด้วย
นักพัฒนาจาก Metasploit ได้เพิ่ม module ในการทดลองเจาะช่องโหว่ของ sudo บน Mac แล้ว และถึงแม้บั๊กนี้จะมีผลกระทบกับ Linux หลายแขนง แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องใช้รหัสผ่านในการแก้ไขนาฬิกาของคอมพิวเตอร์ แต่ Mac สามารถแก้ไขเวลาของระบบได้โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน ซึ่ง OS X ที่ได้รับผลกระทบนี้คือ OS X 10.7 ถึง OS X 10.8.4
HD Moore ผู้ก่อตั้งโครงการ Metasploit และหัวหน้านักวิจัยของฝ่ายความปลอดภัยใน Rapid7 กล่าวว่า "บั๊กนี้สำคัญเพราะมันทำให้ผู้ใช้ระดับใดก็ได้กลายเป็น root ที่ทำอะไรก็ได้ เช่น ดูรหัสผ่านที่ไม่ได้เข้ารหัสใน Keychain และลงโปรแกรม rootkit ได้ถาวร"
ที่มา : arstechnica