DHS สั่งห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ของ DeepSeek ในหน่วยงานพลเรือนของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ทั่วประเทศ

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (U.S. Department of Homeland Security: DHS) ออกคำสั่งให้หน่วยงานพลเรือนของรัฐบาลกลางยุติการใช้งานผลิตภัณฑ์ของ DeepSeek และนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกจากระบบของรัฐบาล

คำสั่งนี้ยังครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์จากบริษัทในเครือของบริษัท AI สัญชาติจีนแห่งนี้ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ และบริการจาก Third Party ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีของ DeepSeek

DeepSeek (Hangzhou DeepSeek Artificial Intelligence Co., Ltd.) เป็นบริษัทพัฒนา Large Language Model (LLM) โดยให้บริการ Chatbot, API และโมเดลที่เหมาะสำหรับงานเขียนโค้ด และงานที่ต้องใช้ความสามารถด้านการให้เหตุผล (Reasoning)

เครื่องมือ AI ของบริษัทได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีรายงานเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย รวมถึงข้อกังวลว่าทางการจีนอาจสามารถเข้าถึงบทสนทนาของผู้ใช้งานได้

ขณะนี้ DHS กำลังดำเนินมาตรการด้านกฎระเบียบเพื่อจำกัดการใช้งาน DeepSeek และผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอด หรือดัดแปลงจากเทคโนโลยีดังกล่าวบนระบบสำคัญในสหรัฐฯ โดยได้ออกประกาศคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ระงับการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้คำสั่งทันที รวมถึงนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกจากรายการผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุมัติ และ Marketplace สำหรับการจัดซื้อ
  • นำผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้คำสั่งออกจากระบบ IT ของหน่วยงานทันที หรือยื่นคำขอข้อยกเว้นจากคำสั่งดังกล่าว
  • ยื่นคำขอข้อยกเว้นภายใน 60 วันนับจากวันที่ออกคำสั่ง โดยต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็น และมาตรการลดความเสี่ยงที่เสนอไว้ ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐาน (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency: CISA) จะเป็นผู้พิจารณาคำขอ และออกหนังสืออนุมัติ หรือปฏิเสธ

คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้กับหน่วยงานพลเรือนของรัฐบาลกลางที่อยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจของ DHS เท่านั้น ไม่ใช่การสั่งห้ามใช้งาน DeepSeek ในภาคเอกชน หรือในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป

DHS ชี้แจงว่า คำสั่งดังกล่าวมีที่มาจากข้อกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจีนจะเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานของ DeepSeek เพื่อรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ติดตามพฤติกรรมผู้ใช้งาน และอาจถ่ายโอนข้อมูลสำคัญของรัฐบาลไปยังประเทศจีน

เอกสารดังกล่าวยังระบุข้อกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมี Malware อยู่ในโมเดลของ DeepSeek โดยอ้างอิงรายงานจาก NowSecure เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งตรวจพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในแอป DeepSeek สำหรับ iOS

NowSecure ได้ตรวจสอบแอปดังกล่าว และพบปัญหาหลายประการ ได้แก่ การส่งข้อมูลโดยไม่มีการเข้ารหัส (Unencrypted Data Transmission), การใช้อัลกอริทึม Encryption ที่อ่อนแอ, การจัดเก็บข้อมูลภายในอุปกรณ์อย่างไม่ปลอดภัย, ความเสี่ยงจากการระบุตัวตนผู้ใช้งานผ่านลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ (User Fingerprinting) และการแบ่งปันข้อมูลกับ ByteDance บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น TikTok

คำสั่งดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ใน Federal Register ซึ่งเป็นทะเบียนประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในวันนี้ หลังจากปรากฏบนระบบ Public Inspection เมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า

หน่วยงานฝ่ายบริหารของรัฐบาลกลางสามารถยื่นคำขอข้อยกเว้นได้ภายใน 60 วันนับจากวันที่ออกคำสั่ง สำหรับหน่วยงานที่ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านขีดความสามารถภายในองค์กร CISA จะให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคที่จำเป็น

ที่มา : Bleepingcomputer