N-able ออกแพตช์อัปเดตแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ใน N-central ที่กำลังถูกโจมตีอยู่ในปัจจุบัน

 

N-able ได้ออกแพตช์แก้ไขฉุกเฉินสำหรับช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (RCE) ที่มีระดับความรุนแรงสูงสุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์ม N-central remote monitoring and management (RMM)

ฝ่ายไอที และผู้ให้บริการ managed service มักนิยมใช้แพลตฟอร์ม N-central เพื่อตรวจสอบ, จัดการ และบำรุงรักษาเครือข่าย และอุปกรณ์ของลูกค้าจาก centralized web-based console

CVE-2026-86218 (คะแนน CVSS 10/10 ความรุนแรงระดับ Critical) เป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่มีสิทธิ์ สามารถเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายบน N-central instances ที่มีช่องโหว่ ซึ่งเปิดให้เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต โดยใช้การโจมตีที่มีความซับซ้อนต่ำ

N-able ได้แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว โดยออก N-central 2026.3 Hotfix 4 และแจ้งให้ลูกค้าทำการแก้ไขโดยเร็วที่สุด

Shadowserver Foundation องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต กำลังติดตาม N-central servers เกือบ 1,500 เครื่อง ที่เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา และยุโรป

การโจมตีช่องโหว่ในปัจจุบัน

แม้ว่า N-able ยังไม่ได้ยืนยันว่าช่องโหว่ CVE-2026-86218 กำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตีอยู่หรือไม่ แต่บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ Huntress คาดว่าช่องโหว่ดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการโจมตีแบบ Zero-Day พร้อมกับช่องโหว่ที่มีความรุนแรงสูงอีกสองรายการ (CVE-2026-86206 และ CVE-2026-86207 ที่ได้รับการแก้ไขในช่วงที่ผ่านมา) ที่อาจทำให้ Hacker สามารถ Bypass การยืนยันตัวตน และเข้าถึง N-central platform ที่มีช่องโหว่ได้อย่างเต็มที่

ปี 2025 ทาง N-able ได้ออกแพตช์อัปเดตความปลอดภัยสำหรับช่องโหว่ N-central สองรายการ (CVE-2025-8875 และ CVE-2025-8876) ที่พบ Hacker กำลังนำมาใช้ในการโจมตีในวงกว้าง

ต่อมา Shadowserver พบว่าเซิร์ฟเวอร์ N-central จำนวน 880 เครื่องยังคงเสี่ยงต่อการโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทั้งสองรายการ แม้ว่า CISA จะสั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางแก้ไขระบบภายในหนึ่งสัปดาห์ และแนะนำให้ทีมรักษาความปลอดภัยทั้งหมดให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของระบบเพื่อป้องกันการโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สอดคล้องกับที่ทาง Huntress ได้แจ้งเตือน ให้ผู้ใช้ N-central ในระบบภายในองค์กร ทำการอัปเดตเป็นเวอร์ชัน HF4 โดยทันที เพื่อป้องกันการถูกโจมตีจากช่องโหว่

ที่มา : bleepingcomputer