Ruckus Networks ยังไม่แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่มีระดับความรุนแรงสูงใน Management devices

ช่องโหว่หลายรายการที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขในผลิตภัณฑ์ของ Ruckus Wireless management อาจถูกนำไปใช้ในการโจมตีเพื่อเข้าควบคุมระบบเครือข่ายทั้งหมดที่อุปกรณ์เหล่านั้นควบคุมอยู่ได้อย่างสมบูรณ์

ช่องโหว่เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ Ruckus Wireless Virtual SmartZone (vSZ) และ Ruckus Network Director (RND) โดยมีช่องโหว่ที่หลากหลายตั้งแต่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลโดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน ไปจนถึงการใช้ hardcoded passwords หรือคีย์ SSH ทั้ง public และ private ที่ถูกฝังไว้ในโค้ดโดยตรง

Ruckus vSZ คือ Centralized wireless network controller ที่สามารถจัดการอุปกรณ์ Access Point และอุปกรณ์ Clients ของ Ruckus ได้หลายหมื่นเครื่อง ทำให้สามารถกำหนดค่า, ตรวจสอบ และควบคุมการใช้งานเครือข่าย WiFi ขนาดใหญ่ได้ ส่วน Ruckus RND เป็นเครื่องมือบริหารจัดการสำหรับกลุ่ม vSZ clusters

ผลิตภัณฑ์ทั้งสองนี้มักถูกใช้งานโดยองค์กรขนาดใหญ่ และหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐาน WiFi ที่สามารถขยายขนาดได้ และมีความเสถียรสูง

ช่องโหว่ดังกล่าวถูกรายงานไปยังศูนย์ประสานงาน CERT ของมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon (CERT/CC) โดย Noam Moshe สมาชิกของ Team82 ซึ่งเป็นทีมวิจัยด้านความปลอดภัยของบริษัท Claroty

ทั้ง CERT/CC และ Moshe ไม่สามารถติดต่อ Ruckus Wireless (ปัจจุบันคือ Ruckus Networks) หรือบริษัทแม่ที่ชื่อว่า CommScope เกี่ยวกับปัญหาด้านความปลอดภัยเหล่านี้ได้ ส่งผลให้ช่องโหว่ดังกล่าวยังคงไม่ได้รับการแก้ไข ณ เวลาที่มีการเผยแพร่ข้อมูลนี้

ช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ทั้งสองของ Ruckus Networks ได้ถูกระบุหมายเลขช่องโหว่ (CVE) และมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ :

  • CVE-2025-44957 - ช่องโหว่ Hardcoded Secrets ใน vSZ ที่ทำให้สามารถ bypass การยืนยันตัวตน และเข้าถึงสิทธิ์ในระดับผู้ดูแลระบบได้ โดยการใช้ HTTP headers ที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษร่วมกับ API key ที่ถูกต้อง
  • CVE-2025-44962 - ช่องโหว่ Path Traversal ใน vSZ ที่อาจทำให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว สามารถอ่านไฟล์ใด ๆ ก็ได้บนระบบ
  • CVE-2025-44954 - ช่องโหว่ vSZ ที่มี SSH keys แบบ hardcoded default ทั้ง public/private อาจทำให้ใครก็ตามที่สามารถเชื่อมต่อเข้ามายังอุปกรณ์ที่มีช่องโหว่นี้ได้ก็จะได้รับสิทธิ์ระดับ root ได้
  • CVE-2025-44960 - ช่องโหว่ vSZ ที่รับค่าพารามิเตอร์ API จากผู้ใช้โดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลอย่างรัดกุม ทำให้สามารถเรียกใช้คำสั่งของ OS command ใด ๆ ก็ได้
  • CVE-2025-44961 - ช่องโหว่ Command Injection ใน vSZ ที่อาจทำให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว สามารถส่งค่า IP address ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเข้าไปในคำสั่งของ OS command เพื่อเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายได้
  • CVE-2025-44963 - ช่องโหว่ RND ที่ใช้ secret key แบบ hardcoded backend ของ JWT ทำให้ใครก็ตามที่มี key นี้สามารถปลอมแปลง session token ของผู้ดูแลระบบขึ้นมาได้อย่างถูกต้อง
  • CVE-2025-44955 - ช่องโหว่ RND ที่มีสภาพแวดล้อมแบบ jailed ที่มาพร้อมกับช่องโหว่ jailbreak ภายในระบบ โดยใช้ hardcoded password ที่มีความปลอดภัยต่ำ ทำให้สามารถยกระดับสิทธิ์ไปเป็น root ได้
  • CVE-2025-6243 - ช่องโหว่ RND ผู้ใช้ sshuser ซึ่งมีสิทธิ์เทียบเท่าระดับ root ที่มาพร้อมกับ SSH keys แบบ hardcoded ทั้ง public/private ทำให้สามารถเข้าถึงระบบด้วยสิทธิ์ระดับ root ได้โดยตรง
  • CVE-2025-44958 - ช่องโหว่ RND encrypts stored passwords โดยใช้ secret key แบบ hardcoded ที่มีความปลอดภัยต่ำ อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถถอดรหัสเพื่อแสดงรหัสผ่านกลับมาในรูปแบบ plaintext ได้ หากถูกโจมตีสำเร็จ

แม้ว่าจะยังไม่มีการคำนวณคะแนนระดับความรุนแรงอย่างเป็นทางการ แต่ทาง CERT/CC ได้เน้นย้ำถึงผลกระทบในวงกว้างของช่องโหว่เหล่านี้ รวมถึงความเป็นไปได้ในการถูกโจมตี และความเสี่ยงที่ผู้ไม่หวังดีอาจนำช่องโหว่หลายรายการมาใช้ร่วมกันเพื่อให้การโจมตีส่งผลกระทบรุนแรงยิ่งขึ้น

ในประกาศระบุว่า "ผลกระทบของช่องโหว่เหล่านี้มีตั้งแต่การรั่วไหลของข้อมูล ไปจนถึงการเข้าควบคุมระบบเครือข่าย wireless ทั้งหมดที่ถูก managed โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ"

ยกตัวอย่างเช่น "ผู้โจมตีที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายของ Ruckus Wireless vSZ ได้ อาจโจมตีจากช่องโหว่ CVE-2025-44954 เพื่อเข้าถึงสิทธิ์ผู้ดูแลระบบได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะนำไปสู่การเข้าควบคุมระบบจัดการเครือข่ายไร้สายของ vSZ ได้ทั้งหมด"

"นอกจากนี้ ช่องโหว่หลายรายการยังสามารถนำมาใช้ร่วมกันเพื่อสร้างการโจมตีแบบต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถรวมเทคนิคการโจมตีหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการโจมตีเฉพาะประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น"

เนื่องจากยังไม่มีแพตช์แก้ไขใด ๆ ออกมา และยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าจะมีการปล่อยแพตช์ออกมาเมื่อใด ผู้ดูแลระบบที่มีการใช้งาน Ruckus vSZ และ RND บนเครือข่ายของตน ควรจำกัดการเข้าถึง Ruckus management interfaces ไว้เฉพาะในเครือข่ายที่แยกออกจากระบบหลัก และเชื่อถือได้เท่านั้น รวมถึงควรบังคับให้การเข้าถึงผ่านโปรโตคอลที่ปลอดภัยเท่านั้น (เช่น HTTPS, SSH)

ที่มา : bleepingcomputer