
กลุ่มแฮ็กเกอร์จากรัสเซีย ใช้ช่องโหว่ OAuth 2.0 authentication เพื่อแฮ็กบัญชี Microsoft 365 ของพนักงานในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับยูเครน และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน
ผู้โจมตีแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากประเทศในยุโรป และติดต่อเป้าหมายผ่านแอปส่งข้อความอย่าง WhatsApp และ Signal โดยเป้าหมายคือการโน้มน้าวให้เหยื่อใส่รหัส authorization codes สำหรับ Microsoft หรือทำการคลิกลิงก์อันตราย เพื่อเก็บข้อมูลการล็อกอิน และรหัสผ่านแบบ One-Time Codes
บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ Volexity สังเกตเห็นพฤติกรรมนี้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2025 หลังจากที่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเคยถูกรายงานโดย Volexity และ Microsoft โดยในครั้งนั้นผู้โจมตีใช้เทคนิคฟิชชิงผ่าน Device Code Authentication เพื่อขโมยบัญชี Microsoft 365
Volexity ได้ติดตามกลุ่มผู้โจมตีที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีทั้งสองแคมเปญในชื่อ UTA0352 และ UTA0355 และประเมินด้วยความมั่นใจในระดับปานกลางว่าทั้งสองกลุ่มเป็นชาวรัสเซีย
ลำดับการโจมตี
ในรายงานที่เผยแพร่วันที่ 25 เมษายน 2025 นักวิจัยได้อธิบายว่า การโจมตีเริ่มต้นจากการส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชัน Signal หรือ WhatsApp
โดย Volexity ระบุว่า ในบางกรณี ข้อความดังกล่าวถูกส่งมาจากบัญชีของรัฐบาลยูเครนที่ถูกโจมตี

โดยผู้โจมตีจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ทางการเมืองของยุโรป หรือเจ้าหน้าที่การทูตของยูเครน และหลอกเป้าหมายด้วยคำเชิญให้เข้าร่วมการประชุมวิดีโอส่วนตัวเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยูเครน
เมื่อสามารถสร้างช่องทางการสื่อสารกับเป้าหมายได้แล้ว ผู้โจมตีจะส่ง phishing URL ในรูปแบบ OAuth โดยอ้างว่าเป็นลิงก์ที่จำเป็นสำหรับเข้าร่วมการประชุม

กลุ่ม UTA0352 อาจส่งคำแนะนำในการเข้าร่วมประชุมในรูปแบบไฟล์ PDF พร้อมกับลิงก์อันตรายที่ถูกออกแบบมาให้ใช้สำหรับล็อกอินเข้าสู่ระบบ Microsoft และแอปของ third-party ซึ่งใช้ในขั้นตอน OAuth ของ Microsoft 365
หลังจากเป้าหมายทำการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว นักวิจัยระบุว่า จะมีการเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้ไปยัง Visual Studio Code เวอร์ชันในเบราว์เซอร์ ซึ่งโฮสต์อยู่ที่ insiders.vscode.dev
หน้า Landing Page สามารถรับพารามิเตอร์การเข้าสู่ระบบจาก Microsoft 365 ซึ่งรวมถึง OAuth และผู้ใช้จะเห็นหน้าต่างแสดงผล ดังนี้

ผู้โจมตีจะใช้เทคนิค Social Engineering เพื่อหลอกให้เหยื่อส่งโค้ดข้างต้นกลับมา โดยอ้างว่าจำเป็นต้องใส่โค้ดดังกล่าวเพื่อเข้าร่วมการประชุม
อย่างไรก็ตาม รหัสนี้คือ Authorization Code ที่สามารถใช้งานได้นานถึง 60 วัน และสามารถนำไปใช้เพื่อขอ Access Token ที่มีสิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรทั้งหมดที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ตามปกติ
Volexity ระบุว่า “ควรสังเกตว่ารหัสนี้ยังปรากฏอยู่ใน URL ที่แสดงในแถบ Address ของเบราว์เซอร์ด้วย และVisual Studio Code ถูกตั้งค่าไว้เพื่อให้สามารถแยก และแชร์รหัสนี้ได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ในกรณีอื่น ๆ มักจะนำผู้ใช้ไปยังหน้าเปล่าแทน”
นักวิจัยได้ลดความซับซ้อนของการโจมตีโดยกำหนดเป้าหมายไปที่ผู้ใช้ และอาศัยแอปพลิเคชันใน first-party ของ Visual Studio Code ในแผนภาพต่อไปนี้

งานวิจัยระบุว่า มีรูปแบบเก่าของการโจมตีฟิชชิ่งในปัจจุบัน ซึ่งผู้โจมตีใช้รูปแบบ URL ของ AzureAD เวอร์ชัน 1.0 แทนที่จะเป็นเวอร์ชัน 2.0 โดยความแตกต่างระหว่างสองเวอร์ชันนี้อยู่ที่พารามิเตอร์ใน URL ที่ใช้
แคมเปญในเดือนเมษายน ที่ถูกระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม UTA0355 มีความคล้ายกับแคมเปญของ UTA0352 แต่จุดเริ่มต้นของการติดต่อมาจากอีเมลของรัฐบาลยูเครนที่ถูกโจมตี และผู้โจมตีได้ใช้รหัส OAuth ที่ถูกขโมยไป เพื่อลงทะเบียนอุปกรณ์ใหม่เข้ากับ Microsoft Entra ID ของเหยื่อ (ซึ่งเดิมคือ Azure Active Directory)
นักวิจัยจาก Volexity ระบุว่า หลังจากที่ผู้โจมตีสามารถลงทะเบียนอุปกรณ์ใหม่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาต้องโน้มน้าวเป้าหมายให้อนุมัติคำขอการยืนยันตัวตนแบบ 2FA เพื่อให้สามารถเข้าถึงอีเมลของเหยื่อได้
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผู้โจมตีจะใช้เทคนิค social engineering โดยอ้างว่า รหัส 2FA จำเป็นสำหรับการเข้าถึง SharePoint ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม
ขั้นตอนสุดท้ายนี้จะทำให้ผู้โจมตีได้ Token ที่ใช้เข้าถึงข้อมูล และอีเมลของเหยื่อ รวมทั้งยังมีอุปกรณ์ใหม่ที่ถูกลงทะเบียนไว้ในระบบ ซึ่งช่วยให้สามารถเข้าถึงบัญชีของเหยื่อได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
นักวิจัยของ Volexity ระบุว่า “จากบันทึกข้อมูลที่ Volexity ตรวจสอบพบว่าการลงทะเบียนอุปกรณ์ครั้งแรกสำเร็จ ไม่นานหลังจากที่เหยื่อมีการโต้ตอบกับผู้โจมตี และการเข้าถึงข้อมูลอีเมลเกิดขึ้นในวันถัดมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กลุ่ม UTA0355 วางแผนให้เหยื่ออนุมัติคำขอ 2FA ได้สำเร็จ”
เพื่อป้องกันการโจมตีประเภทดังกล่าว Volexity แนะนำให้ตั้งค่าการแจ้งเตือนในการเข้าสู่ระบบโดยใช้ Visual Studio Code client_id บล็อกการเข้าถึง ‘insiders.vscode.dev’ และ ‘insiders.vscode.dev’
นักวิจัยยังแนะนำให้ ตั้งค่า Conditional Access Policies เพื่อจำกัดการเข้าถึงเฉพาะอุปกรณ์ที่ได้รับการอนุมัติเท่านั้น
ที่มา : bleepingcomputer.com

You must be logged in to post a comment.