แฮ็กเกอร์โจรกรรมเหรียญคริปโตมูลค่ากว่า 1.46 พันล้านดอลลาร์จาก Cold wallet สกุล ETH ของ Bybit เป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล Bybit เปิดเผยว่ามีแฮ็กเกอร์ได้ทำการโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลมูลค่ากว่า 1.46 พันล้านดอลลาร์จากกระเป๋าเงินเย็น (Cold Wallet) ETH ของทางบริษัท

Bybit อธิบายเพิ่มเติมว่า “เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่มีการดำเนินการธุรกรรมการโอนเงิน ETH multisig ระหว่าง cold wallet ไปยัง warm wallet ของทางบริษัท ซึ่งถูกโจมตีผ่านวิธีการที่ซับซ้อนที่ซ่อน Signing Interface ไว้ และแสดงเพียงที่อยู่ปลายทางที่ถูกต้อง รวมถึงมีการแก้ไข ดัดแปลงข้อมูลใน Smart Contract Logic”

“ซึ่งส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุม cold wallet ได้ และสามารถโอนเงินไปยังที่อยู่ปลายทางที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้”

โดยทางแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลระบุว่า ทีมรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนเหตุการณ์นี้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Blockchain forensic จากภายนอก และจากรายงานของ Bybit ยังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้เชี่ยวชาญท่านใดที่มีความสามารถในการติดตามทรัพย์สินที่ถูกขโมยก็สามารถเข้าร่วมการช่วยเหลือได้เช่นกัน

Bybit ระบุว่า cold wallet อื่น ๆ ยังคงปลอดภัย 100% ซึ่งรวมถึงเงินทุนจากลูกค้า และการดำเนินงานของแพลตฟอร์มที่ยังคงปลอดภัย และไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้น

CEO ของ Bybit ระบุว่า “ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้เลยว่า cold wallet อื่น ๆ ยังคงปลอดภัย ซึ่งบริษัทจะแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าหากมีข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้หากมีทีมใดสามารถช่วยเหลือในส่วนของการติดตามเงินที่ถูกโจรกรรมออกไป จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง”

"ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถกู้คืนความเสียหายจากเหตุการณ์นี้ได้ ทาง Bybit ยังมีความสามารถในการชำระหนี้ตามกฏหมาย เนื่องจากทรัพย์สินของลูกค้าทุกบัญชีได้รับการสำรองไว้ 1 ต่อ 1 ซึ่งทำให้เรามีสินทรัพย์พอเพื่อใช้ในการชดใช้ความเสียหายดังกล่าวได้"

ตามรายงานของ ZachXBT ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมทางคริปโตระบุว่า แฮ็กเกอร์ได้แบ่ง 10,000 ETH กระจายไปยังที่อยู่ของกระเป๋าเงินปลายทางต่าง ๆ 48 แห่ง จากที่โจรกรรมมาได้ทั้งหมดประมาณ 401,346 ETH

การแฮ็กคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ด้วยมูลค่าคริปโตที่ถูกขโมยไปมูลค่ากว่า 1.46 พันล้านดอลลาร์จากการโจมตีเพียงครั้งเดียวนี้ ทำให้ถือได้ว่าเป็นการโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเกือบเป็นสองเท่าของสถิติการโจรกรรมก่อนหน้านี้

ในเดือนมีนาคม 2022 Sky Mavis เปิดเผยว่าแฮ็กเกอร์ได้ขโมยสกุลเงินดิจิทัลมูลค่า 620 ล้านดอลลาร์ (ประกอบไปด้วย 173,600 Ethereum และ 25.5 ล้าน USDC) จาก Ronin Network Bridge ของ Axie Infinity ต่อมาในเดือนเมษายน 2022 ทาง FBI ได้เชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวกับกลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือสองกลุ่ม ได้แก่ Lazarus และ BlueNorOff (หรือที่รู้จักในชื่อ APT38)

หนึ่งปีก่อนหน้านั้น ในเดือนสิงหาคม 2021 แฮ็กเกอร์ได้โจรกรรมสินทรัพย์มูลค่ากว่า 611 ล้านดอลลาร์จาก Binance Chain, Ethereum และ Polygon ผ่านโปรโตคอล Decentralized Cross-Chain ของระบบ Poly Network

และทางสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ได้เปิดเผยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า มีการโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลมูลค่ากว่า 659 ล้านดอลลาร์ จากกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม หนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Chainalysis ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลยิ่งว่า แฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือได้โจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลมูลค่า 1.34 พันล้านดอลลาร์จากการโจมตีทางไซเบอร์กว่า 47 ครั้งตลอดปี 2024 ซึ่งทำลายสถิติเดิมที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022

ที่มา : bleepingcomputer