
Cisco ได้แก้ไขช่องโหว่ command injection ด้วย public exploit code ที่ทำให้ Hacker สามารถยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่มีช่องโหว่ได้
CVE-2024-20469 (คะแนน CVSS 6.0/10.0 ความรุนแรงระดับ Medium) เป็นช่องโหว่ OS command injection ที่เกิดจากการตรวจสอบ input validation ของ user-supplied ที่ไม่เพียงพอใน Cisco ISE เมื่อ Hacker สามารถโจมตีช่องโหว่ได้ด้วยการส่งคำสั่ง CLI ที่เป็นอันตรายในการโจมตี และมีความซับซ้อนต่ำ จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบจากผู้ใช้งาน
ทั้งนี้ Hacker จะสามารถใช้ช่องโหว่ในการโจมตีได้สำเร็จ เฉพาะในกรณีที่มีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ บนระบบที่มีช่องโหว่เท่านั้น
Cisco Identity Services Engine (ISE) ของ Cisco เป็นซอฟต์แวร์ควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายตามข้อมูล identity-based และ policy enforcement ที่ช่วยให้สามารถจัดการอุปกรณ์เครือข่าย และควบคุมการเข้าถึงระบบขององค์กร
เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบของ Cisco ISE
- Cisco ISE เวอร์ชัน 3.1 และก่อนหน้า ไม่ได้รับผลกระทบ
- Cisco ISE เวอร์ชัน 3.2 ได้รับการแก้ไขใน เวอร์ชัน 3.2P7 (Sep 2024)
- Cisco ISE เวอร์ชัน 3.3 ได้รับการแก้ไขใน เวอร์ชัน 3.3P4 (Oct 2024)
- Cisco ISE เวอร์ชัน 3.4 ไม่ได้รับผลกระทบ
ปัจจุบัน Cisco ยังไม่พบหลักฐานของ Hacker ที่กำลังใช้ช่องโหว่ดังกล่าวในการโจมตี รวมถึง Cisco ได้แจ้งเตือนลูกค้าว่าได้ลบ backdoor account ลับ ๆ ออกจากซอฟต์แวร์ Smart Licensing Utility Windows แล้ว ซึ่ง Hacker สามารถใช้เพื่อเข้าสู่ระบบที่มีช่องโหว่โดยใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ
ในเดือนเมษายน 2024 บริษัทได้ออกแพตช์ความปลอดภัยสำหรับช่องโหว่ Integrated Management Controller (IMC) (CVE-2024-20295) ซึ่งทำให้ Hacker ที่เข้าถึงระบบได้ สามารถยกระดับสิทธิ์ให้เป็นระดับ root ได้อีกด้วย
รวมถึงช่องโหว่ CVE-2024-20401 ซึ่งช่วยให้ Hacker สามารถเพิ่มผู้ใช้ root และทำให้เครื่องมือ Security Email Gateway (SEG) ไม่สามารถตรวจสอบอีเมลที่เป็นอันตราย ซึ่งได้รับการแก้ไขช่องโหว่ไปแล้วเช่นเดียวกันเมื่อเดือนที่ผ่านมา
อีกทั้งมีการแจ้งเตือนเกี่ยวกับ CVE-2024-20419 ช่องโหว่ระดับ Critical ที่ทำให้ Hacker สามารถเปลี่ยนรหัสผ่านผู้ใช้บนเซิร์ฟเวอร์ Cisco Smart Software Manager On-Prem (Cisco SSM On-Prem) ที่มีช่องโหว่ รวมถึงสิทธ์ของผู้ดูแลระบบด้วย
ที่มา : bleepingcomputer

You must be logged in to post a comment.