ชายชาวอินเดียขโมยเงินดิจิทัลมูลค่า 37 ล้านเหรียญ โดยใช้เว็บไซต์ Coinbase ปลอม

ชายชาวอินเดียถูกจับในข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงทางโทรศัพท์ โดยทำการขโมยเงินกว่า 37 ล้านดอลลาร์ผ่านเว็บไซต์ Coinbase ปลอมที่ใช้ในการขโมยข้อมูล credentials ของเหยื่อ

ชายชื่อ Chirag Tomar วัย 30 ปี ถูกจับกุมที่สนามบินแอตแลนตาเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2023 ภายหลังจากการสอบสวนของหน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก FBI ในแนชวิลล์

ขโมย Coinbase credentials

Tomar และผู้สมรู้ร่วมคิดได้สร้างเว็บไซต์ปลอมเพื่อเลียนแบบเว็บไซต์ Coinbase Pro ในเดือนมิถุนายน 2021 โดยใช้โดเมน coinbasepro.com เว็บไซต์นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลอกลูกค้า Coinbase ให้กรอกข้อมูล credentials การเข้าสู่ระบบ และรหัส two-factor authentication

Coinbase Pro เป็นแพลตฟอร์มที่มีการเลิกใช้งานไปแล้ว ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับเทรดเดอร์ และนักลงทุนสกุลเงินดิจิทัล โดยนำเสนอคุณสมบัติขั้นสูง เช่น การสั่งซื้อแบบเรียลไทม์ และการสร้างกราฟอย่างละเอียด

สุดท้ายแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ปิดตัวลงในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2022 โดยมีฟังก์ชัน และฟีเจอร์ต่าง ๆ รวมอยู่ในแพลตฟอร์ม Coinbase หลักในการควบรวมกิจการ

ในช่วงเวลานั้น Tomar ได้ใช้วิธีการฟิชชิ่งเพื่อเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ของ Coinbase โดยหลังจากสามารถเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลของเหยื่อได้ ก็จะทำการโอนเงินไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลของตัวเอง

กระบวนการฟิชชิ่งจะใช้วิธีการในลักษณะ social engineering โดยแสดงข้อความ error ในการเข้าสู่ระบบ เพื่อทำให้เหยื่อโทรหาตัวแทนปลอมของ Coinbase ซึ่งจากนั้นก็จะทำการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของเหยื่อโดยใช้ซอฟต์แวร์การเข้าถึงจากระยะไกล

จากประกาศของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า “เหยื่อจะถูกหลอกให้อนุญาตให้ตัวแทนปลอมของ Coinbase ใช้งานซอฟต์แวร์การเข้าถึงจากระยะไกล ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ และเข้าถึงบัญชี Coinbase ของเหยื่อได้”

กรณีที่เน้นย้ำในประกาศของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เกี่ยวข้องกับเหยื่อที่อยู่ในนอร์ธแคโรไลนาที่สูญเสียสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่า 240,000 ดอลลาร์ให้กับ Tomar และผู้สมรู้ร่วมคิดของเขา

ตามที่ Tomar ยอมรับในศาลในวันนี้ เขาได้เข้าควบคุมกระเป๋าเงินดิจิทัลจำนวนมาก รวมถึงขโมยสกุลเงินดิจิทัลหลายร้อยรายการจากบัญชีเหยื่อรวมมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ หลังจากที่ได้รับเงินดิจิทัลที่ถูกขโมยมา เขาจะแปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัลรูปแบบอื่นอย่างรวดเร็ว หรือย้ายเงินไปยังกระเป๋าเงินอื่น ๆ ที่ใช้งานอยู่ สุดท้ายแล้วสกุลเงินดิจิทัลจะถูกแปลงเป็นเงินสด ซึ่งจะถูกแจกจ่ายให้กับ Tomar และผู้สมรู้ร่วมคิดของเขา

Tomar ใช้เงินที่ขโมยไปเพื่อใช้จ่ายในไลฟ์สไตล์ที่ฟุ่มเฟือย โดยซื้อสินค้าหรูหรา เช่น นาฬิกา Rolex, Lamborghinis และ Porsches และการเดินทางไปเที่ยวดูไบ และประเทศไทย โดย Tomar อาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับเป็นเงินกว่า 250,000 ดอลลาร์ โดยยังไม่ได้กำหนดวันที่ของการพิจารณาคดี และการพิจารณาคดีครั้งต่อไป

ที่มา : bleepingcomputer