Google เพิ่มฟีเจอร์ป้องกัน AI Deepfake scam บน Android

Google เปิดตัวฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่สำหรับ Android ที่จะช่วยตรวจจับและแจ้งเตือนสายโทรศัพท์ที่มิจฉาชีพใช้ AI เลียนแบบเสียงของบุคคลใกล้ชิด หรือคนรู้จักของผู้ใช้ เพื่อใช้ในการหลอกลวงทางโทรศัพท์

ฟีเจอร์ดังกล่าวมีชื่อว่า “Fake Call Detection” โดยจะเริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานทั่วโลกภายในเดือนนี้บนอุปกรณ์ที่ใช้ Android 12 ขึ้นไป เริ่มจากสมาร์ตโฟนตระกูล Pixel ก่อน และจะถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น (Enabled by Default)

เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ระบบจะทำงานโดยอัตโนมัติในกรณีที่ทั้งผู้โทรและผู้รับสายใช้แอป Phone by Google เมื่อมีรายชื่อผู้ติดต่อ (Contact) โทรเข้ามา อุปกรณ์ของผู้โทรจะส่งสัญญาณยืนยันตัวตนแบบ Silent (Silent Confirmation Signal) ที่ถูกเข้ารหัสไปยังอุปกรณ์ของผู้รับแบบเรียลไทม์ เพื่อยืนยันว่าการโทรดังกล่าวมาจากบุคคลนั้นจริง

หากไม่มีการส่งสัญญาณยืนยันดังกล่าว (ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าสายโทรถูกปลอมแปลงหมายเลข หรือ Spoofed Call) อุปกรณ์ของผู้รับสายจะส่งคำขอไปยังโทรศัพท์เครื่องจริงของรายชื่อติดต่อคนนั้นเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสายเรียกเข้าอีกครั้ง หากอุปกรณ์ของเจ้าของหมายเลขยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้โทรออก ระบบจะแสดงคำเตือนบนหน้าจอให้ผู้ใช้วางสายทันที

Google อธิบายว่า “หากมิจฉาชีพพยายามปลอมตัวเป็นบุคคลในรายชื่อติดต่อของคุณ สัญญาณยืนยันตัวตนขั้นต้นดังกล่าวจะไม่ถูกส่งมา อุปกรณ์ของคุณจะตรวจพบความผิดปกติได้ทันที และติดต่อไปยังอุปกรณ์จริงของบุคคลนั้นเพื่อยืนยันข้อมูลอีกครั้ง”

Google เสริมว่า “หากระบบได้รับคำยืนยันจากเครื่องของคู่สนทนาว่าไม่ได้กำลังโทรอยู่ ผู้ใช้จะเห็นคำเตือนให้วางสายทันที ระบบแจ้งเตือนเชิงรุกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเสียงปลอม และการปลอมแปลงเบอร์แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ใช้รู้ตัว และยุติสายได้ก่อนจะถูกมิจฉาชีพหลอกลวง”

Google ระบุว่า ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับกลโกงที่พบได้อย่างแพร่หลาย 2 รูปแบบ ได้แก่ การที่มิจฉาชีพปลอมแปลงหมายเลขโทรศัพท์ให้ดูเหมือนเป็นรายชื่อติดต่อที่ผู้ใช้คุ้นเคย และการใช้เทคโนโลยีโคลนเสียงด้วย AI เพื่อเลียนแบบเสียงของบุคคลนั้นไปพร้อมกัน

เมื่อปีที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ (FTC) เปิดเผยว่า ความเสียหายจากคดีหลอกลวงด้วยการแอบอ้างตัวตนที่มีการรายงานในปี 2024 เพียงปีเดียว มีมูลค่าสูงถึง 2.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่รายงาน Global Financial Fraud Threat Assessment ขององค์การตำรวจอาชญากรรมสากล (INTERPOL) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่า การฉ้อโกงผ่านการแอบอ้างตัวตนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามสำคัญที่มีส่วนทำให้เกิดความเสียหายจากอาชญากรรมทางการเงินทั่วโลกมากกว่า 440,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา

Google ระบุเพิ่มเติมว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนอาศัยข้อมูลผู้โทร (Caller ID) เพื่อระบุตัวตนของบุคคลที่อยู่อีกฝั่งของสาย แต่แนวทางดังกล่าวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เนื่องจากมิจฉาชีพได้พัฒนากลวิธีการหลอกลวงรูปแบบใหม่ขึ้นมา”

บริษัทแนะนำว่า หากอุปกรณ์ของผู้ใช้ใช้แอปโทรศัพท์อื่นอยู่ สามารถติดตั้งแอป Phone by Google ผ่าน Google Play Store และตั้งค่าให้เป็นแอปโทรศัพท์หลัก เพื่อเพิ่มการป้องกันจากสายโทรปลอมได้

นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Google ยังได้ขยายการรองรับฟีเจอร์ป้องกันการหลอกลวงระหว่างการโทรบน Android ให้ครอบคลุมแอปธนาคาร และแอปการเงินหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Cash App ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 57 ล้านราย และแอปธนาคารบนมือถือของ JPMorgan Chase ที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง

ที่มา : Bleepingcomputer