Meta เพิ่มเครื่องมือ Anti-scam รูปแบบใหม่บน WhatsApp, Facebook และ Messenger

Meta เปิดตัวระบบ Anti-scam รูปแบบใหม่ในทุกแพลตฟอร์ม โดยมีการนำระบบตรวจจับ และระบบแจ้งเตือนที่แสดงผลต่อผู้ใช้งานมาใช้ เพื่อปกป้องผู้ใช้งานจากกลุ่ม Scammer

ฟีเจอร์ใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยดักจับความพยายามในการหลอกลวง ก่อนที่ผู้ใช้งาน WhatsApp, Facebook และ Messenger จะเผลอไปโต้ตอบ หรือมีส่วนร่วมด้วย

ขณะนี้ทาง WhatsApp จะทำการแจ้งเตือนผู้ใช้งานเมื่อพบสัญญาณว่า Request ในการทำ Device-linking อาจเป็นการหลอกลวง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่กลุ่ม Scammer ใช้เพื่อควบคุมบัญชี โดยการหลอกให้ผู้ใช้งานแชร์ Linking code หรือสแกน QR code ที่เป็นอันตราย

Meta อธิบายว่า "Scammer อาจพยายามหลอกให้เชื่อมต่อบัญชี WhatsApp เข้ากับอุปกรณ์ของพวกเขา ยกตัวอย่างเช่น พวกเขาอาจเร่งให้คุณแชร์เบอร์โทรศัพท์ ตามด้วย Device linking code บน WhatsApp ของคุณ หรือพยายามหลอกให้สแกน QR code ด้วยข้ออ้างปลอม ๆ ซึ่งจะทำให้อุปกรณ์ของ Scammer เชื่อมต่อเข้ากับบัญชีของคุณได้ในที่สุด"

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ หน่วยข่าวกรอง และความมั่นคงด้านกลาโหมของเนเธอร์แลนด์ (MIVD) และหน่วยข่าวกรอง และความมั่นคงทั่วไป (AIVD) ได้ออกมาแจ้งเตือนว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซียได้มุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลของเนเธอร์แลนด์ ในแคมเปญ Phishing ที่มุ่งโจมตีบัญชี Signal และ WhatsApp ของพวกเขา

WhatsApp อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายเครื่อง (เช่น คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์, แท็บเล็ต) เข้ากับบัญชีเดียว เพื่อส่ง และรับข้อความข้ามอุปกรณ์เหล่านั้นได้ โดยขั้นตอนนี้ทำได้ผ่านการสแกน QR code ที่สร้างขึ้นจากอุปกรณ์มือถือเครื่องหลัก ซึ่งจะเป็นการอนุญาตให้อุปกรณ์เครื่องใหม่สามารถเข้าถึง และ Sync ข้อความต่าง ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม หากผู้โจมตีหลอกผู้ใช้งานให้เชื่อมต่อบัญชีเข้ากับอุปกรณ์ที่เป็นอันตรายได้สำเร็จ จะสามารถเข้าถึงข้อความของเหยื่อ, อ่านแชท และอาจถึงขั้นส่งข้อความโดยสวมรอยเป็นตัวเหยื่อได้ นอกจากนี้ สิ่งที่แตกต่างจากการโจมตีแบบ Account takeover คือ โดยปกติแล้วเหยื่อจะยังคงใช้งานบัญชีของตนเองได้ตามปกติ ซึ่งทำให้การถูกแอบเข้าถึงข้อมูลในลักษณะนี้ตรวจจับได้ยากขึ้น

บริษัทยังอยู่ระหว่างการทดสอบระบบแจ้งเตือนเพื่อจับตาดู Friend requests ที่น่าสงสัยบน Facebook โดยอาศัยการตรวจจับสัญญาณบางอย่าง เช่น การมีเพื่อนร่วมกันน้อยเกินไป หรือระบุตำแหน่งที่ตั้งของโปรไฟล์ไม่ตรงกับภูมิภาคของผู้ใช้

สำหรับฟีเจอร์ตรวจจับการหลอกลวงบน Messenger นั้น จะขยายการให้บริการครอบคลุมไปยังประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติมเช่นกัน โดยระบบจะช่วยระบุรูปแบบที่ตรงกับกลโกงที่พบบ่อย เช่น การเสนอตำแหน่งงานปลอม และยังมีตัวเลือกให้ผู้ใช้งานสามารถส่งแชทที่น่าสงสัยไปให้ AI ช่วยตรวจสอบได้อีกด้วย

Meta ยังได้เปิดตัวระบบ AI ที่คอยวิเคราะห์ข้อความ, รูปภาพ และสัญญาณแวดล้อมต่าง ๆ เพื่อระบุการสวมรอยเป็นคนดัง, การแอบอ้างแบรนด์ และ Link หลอกลวงที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีใช้เพื่อหลอกล่อเหยื่อให้หลงเข้าไปยังเว็บไซต์ฉ้อโกงที่ปลอมแปลงเป็นเว็บไซต์จริง

Meta ระบุว่า โดยรวมแล้วในปี 2025 ทางบริษัทได้ลบโฆษณาหลอกลวงไปแล้วกว่า 159 ล้านชิ้น และทำการปิดบัญชีบน Facebook และ Instagram ไปมากกว่า 10.9 ล้านบัญชี ที่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการ Scammer

นอกจากนี้ Meta ยังได้ร่วมมือในปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายระดับโลก ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวน 21 ราย และสั่งระงับบัญชีกว่า 150,000 บัญชีที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย Scammer ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงขบวนการหลอกลงทุน Cryptocurrency และกลุ่มกรรโชกทรัพย์

Chris Sonderby รองประธานและรองที่ปรึกษาทั่วไปของ Meta ระบุว่า "เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, FBI, กองกำลังเฉพาะกิจศูนย์ปราบปรามการฉ้อโกงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ Scam Center Strike Force) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากทั่วโลก เพื่อปราบปรามเครือข่าย Scammer ที่มีความซับซ้อนเหล่านี้"

"ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการประสานความร่วมมือของเรา สามารถสร้างความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการทลายอาชญากรรมเหล่านี้ได้ตั้งแต่ต้นตอ"

ที่มา : bleepingcomputer