ตำรวจยึดเซิร์ฟเวอร์ และโดเมนของแพลตฟอร์ม VerifTools แหล่งซื้อขายบัตรประชาชนปลอมข้ามชาติ

FBI และตำรวจเนเธอร์แลนด์ได้ร่วมกันปิดตลาด VerifTools ซึ่งใช้สำหรับจำหน่ายเอกสารแสดงตัวตนปลอม หลังจากที่สามารถยึดเซิร์ฟเวอร์ในกรุงอัมสเตอร์ดัมซึ่งเป็นที่ตั้งของปฏิบัติการออนไลน์ดังกล่าวได้สำเร็จ

VerifTools คือแพลตฟอร์มที่มีบทบาทสำคัญในการผลิต และเป็นตัวกลางในการซื้อขายเอกสารปลอม เช่น ใบขับขี่ และหนังสือเดินทาง ซึ่งมักถูกนำไปใช้เพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบตัวตนต่าง ๆ หรือสวมรอยตัวตนที่ถูกขโมย หรือสร้างขึ้นใหม่

ทางตำรวจระบุว่าเว็บไซต์ประเภทนี้มักถูกนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมายหลายรูปแบบ เช่น การฉ้อโกงทางการเงิน, การฟิชชิง, การหลอกลวงผ่านฝ่ายบริการลูกค้า, การยื่นขอผลประโยชน์ของรัฐโดยมิชอบ, การหลบเลี่ยงการดำเนินคดี รวมถึงการรักษาความเป็นส่วนตัวบนแพลตฟอร์มที่บังคับใช้กฎระเบียบ ‘Know Your Customer’ (KYC) ทำให้แพลตฟอร์มเหล่านี้ถูกกลุ่มเยาวชนนำไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านอายุอีกด้วย

หน่วยงานหลายแห่งจากหลายประเทศ อาทิ EICD ทีมปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ Rotterdam, FBI และตำรวจเวลส์ ได้ร่วมกันสอบสวนคดีฉ้อโกงตัวตน ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบแพลตฟอร์ม VerifTools

จากการระบุของสำนักงานอัยการสหรัฐฯ เขตนิวเม็กซิโกในวันนี้ ระบุว่า FBI ได้เริ่มทำการสืบสวนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 หลังจากที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ "แผนการสมคบคิดในการใช้ข้อมูลระบุตัวตนที่ถูกขโมยมาเพื่อเข้าถึงบัญชีคริปโตเคอร์เรนซี"

จากการสืบสวนพบว่า VerifTools มีการจัดจำหน่ายเอกสารแสดงตนปลอม ซึ่งครอบคลุมทั้ง 50 รัฐในสหรัฐฯ รวมถึงอีกหลายประเทศทั่วโลก โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 9 ดอลลาร์ และรับชำระผ่านสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี

ตามรายงานของตำรวจเนเธอร์แลนด์ VerifTools มีรายได้รวมอย่างน้อย 1.3 ล้านยูโร ขณะที่ทาง FBI เชื่อมโยงตลาดของ VerifTools เข้ากับรายได้จากกิจกรรมผิดกฎหมายมูลค่าประมาณ 6.4 ล้านดอลลาร์

การบุกจับครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ FBI ซึ่งเป็นผู้สั่งปิดแพลตฟอร์ม และขึ้นแบนเนอร์ยึดทรัพย์บนหน้าเว็บไซต์หลัก veriftools.net

ทางตำรวจยังระบุอีกว่า การสั่งซื้อเอกสารปลอมผ่าน VerifTools นั้นง่ายมาก เพียงแค่อัปโหลดภาพถ่าย และกรอกข้อมูลปลอมลงไป จากนั้นระบบจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปสร้างภาพเอกสารแสดงตนปลอมโดยอัตโนมัติ

ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ได้มีการยึดเซิร์ฟเวอร์จริง 2 เครื่อง และเซิร์ฟเวอร์เสมือน 21 เครื่อง

แม้ในขณะนี้จะยังไม่สามารถระบุตัวผู้ดูแลระบบของแพลตฟอร์มได้ แต่เจ้าหน้าที่คาดว่าการตรวจสอบข้อมูลที่ยึดมาได้จะนำไปสู่เบาะแสสำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่การจับกุมในอนาคต

แถลงการณ์จากตำรวจเนเธอร์แลนด์ (Politie) ระบุว่า “ระบบโครงสร้างทั้งหมดของเว็บไซต์ที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ได้ถูกยึด และทำสำเนาไว้อย่างปลอดภัยแล้ว”

ข้อมูลที่ได้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยสำนักงานอัยการยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการจับกุมเพิ่มเติมในอนาคต

หากคดีนี้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ผู้ที่เคยใช้เอกสารปลอม หรือข้อมูลการชำระเงินอันเป็นเท็จอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 6 ปี ตามกฎหมายของเนเธอร์แลนด์

ที่มา: bleepingcomputer